Archive

Archive for October, 2009

Nana (movie) – Transcript

October 30th, 2009 3 comments


นานะเป็นการ์ตูน เอ้ย!ไม่ใช่การ์ตูน เป็นหนัง น่าจะเป็นหนังญี่ปุ่น(อ้าวเหรอ) เออ!เพราะว่าเพลงที่ขึ้นเป็นเพลงญี่ปุ่น ชื่อ? แน้!รู้เพลงญี่ปุ่นด้วย 55++ เสร็จแล้ว เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิง 2 คน ที่มีชื่อเหมือนกัน คนหนึ่ง (อ่า…ก็เคยดูเหมือนกันนะ) เออ!คนหนึ่งนะจะมีความฝันจะเป็นนักดนตรี (รู้ล่ะ) ที่มีชื่อเสียง(อือฮือ!) แต่อีกคนมีความฝันอยากจะเป็นคนที่ถูกรัก โดยที่แบบ คือ….เพ้อเจ้อหน่อยๆนะเรื่องของความรัก สองคนนี้พอดีได้ไปโตเกียว ไปเที่ยวรถ รถไฟคันเดียวกัน ขบวนเดียวกัน ก็ไปเจอกันบนรถไฟ แล้วก็บังเอิญอีกครั้งหนึ่ง ไปแชร์ห้องแล้วก็ได้อยู่ห้องเดียวกัน ก็เลยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน นานะคนแรกก็คือนานะที่มีความฝันเป็นนักดนตรีเนี่ยเค้าจะเป็นคนที่อาร์ทๆนะแต่งตัวตีสท์นะ แล้วก็ชอบใส่ชุดสีดำอะไรอย่างเงี่ย แล้วก็เป็นแนวเซอร์ๆหน่อย ไม่ค่อยอะไรกับใคร มีโรคส่วนตัวสูง แต่อีกคนหนึ่งเป็นแนวแบบอ่า….ช่างเพ้อฝันนะค่ะ คิคุอะโนเน๊ะ น่ารัก ต้องอยู่กับคนรัก คนรักต้อง.. แล้วสุดท้ายคนรักเค้าก็นอกใจเพราะว่าไปอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีความ เค้าเรียกว่า ความใกล้ชิด เลยทำให้คนนั้นเปลี่ยน(ไป) เค้าก็เลยเสียใจ แล้วก็อยู่ด้วยกัน แล้ววันหนึ่งก็แฟน(เก่า)ของคน คนนั้นนะที่เป็นนักดนตรีนะค่ะ เค้าก็เป็น ตอนนี้คือ เค้าเรียกว่าอะไร? เป็นแบนด์แล้วนะ เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียง เค้าก็ไปดูกัน แล้วก็สุดท้ายแล้ว นานะคนที่เป็นนักดนตรีเนี่ย ก็สมหวังก็คือผู้ชายคนนี้ก็กลับมารักแล้วก็สมหวังกัน  กับอีกคนที่เพ้อฝัน เค้าบอกว่าไม่เป็นไร เค้าแค่เห็นเพื่อนเค้ามีความสุขก็ดีใจแล้ว เค้าก็ยังมีความใฝ่ฝันที่จะตามหาคนคนนั้นที่จะรักเค้าคนเดียวต่อไป ก็จบ (จบ)

Categories: Intermediate, Reading, Video

Barcamp is Cometh

October 27th, 2009 No comments

Earlier this year I went to Bangkok for Barcamp and I really enjoyed it.  If you haven’t heard of it, the basics are that it is an open educational conference.  Open in the sense that everyone is a participant can give a talk about whatever they wish.  It’s great for networking and a good time.   While there are a lot of tech guys, there are plenty of people from other fields as well.  And its free!

Depending on the turn out, I may do a talk or 2 about language stuff.

November 14th will be the 2nd Barcamp Chiang Mai.  If anybody is in the area or can get up here, you might wanna check it out.

Check out the poster here http://barcampchiangmai.org/0908/news/view/3

 

Categories: Uncategorized

Nickname – Transcript + Breakdown

October 21st, 2009 1 comment

ฉายา ก็คือเป็นลักษณะของคำ ที่เหมือนเป็นชื่ออีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกคน อย่างเช่น สมมติว่า บู๋นะเป็นคนตลก หัวเราะง่าย อย่างปกติเดินเข้าคณะ เดินเข้าไปในห้องแลปปุ๊บ!ก็หัวเราะโดยที่ไม่มีสาเหตุ เสร็จแล้ว ก็เป็นอย่างงี้ทุกวัน ทุกวัน จนพี่ที่ห้องแลปเค้าก็เลยบอกว่า เออ!เนี่ยบู๋นะต้องกินกัญชาอะไรมาแน่เลย ทำไมมันหัวเราะทุกวันเลย แล้วพอมาวันนี้ พอบู๋จะเดินออกจากห้องแลป บู๋ก็บอกว่า “ไปแล้วนะค่ะพี่ๆ บ๊ายบาย ” อย่างเงี่ย พี่คนหนึ่งก็พูดขึ้นมา “จะกลับแล้วเหรอบู๋เชิญยิ้ม”อย่างเงี่ย คือเหมือนเป็นฉายาหนึ่งที่ตั้งแบบลักษณะของคน ที่เด่นๆของคนคนนี้ว่าเค้ามีลักษณะแบบไหน แล้วก็ให้ชื่อคนนั้นไป อันนี้คือคำว่าฉายา ของบู๋ก็มีฉายาว่าบู๋เชิญยิ้ม ซึ่งตอนแรกมีมาตั้งแต่สมัยเรียนป.ตรีแล้ว มีเพื่อนเคยเรียก แต่ไม่มีใครเรียกมานานแล้ว เพราะจบไปแล้วไง อืม…แล้วพอมาเรียนป.โท ไม่คิดว่าจะมีคนเรียก ตกใจเลยนะ หันไป ทำไมเค้าถึงเรียกอย่างเงี่ย แล้วเค้าก็บอกว่า ก็บู๋หัวเราะได้ทุกวัน จบ

ฉายา nickname

ก็คือ well, it’s..

เป็นลักษณะของคำ it’s a ลักษณะ of a word

ที่เหมือนเป็น thats the same as

ชื่ออีกชื่อหนึ่ง another name

ที่ใช้เรียกคน that’s used to call someone

อย่างเช่น For example…

สมมติว่า let’s assume that..

บู๋นะเป็นคนตลก I’m kinda funny

หัวเราะง่าย and I laugh easily

อย่างปกติ as usual

เดินเข้าคณะ I’m going into my faculty

เดินเข้าไป I walk into ..

ในห้องแลป the lab and

ปุ๊บ! ก็หัวเราะ bam (suddenly), I start laughing

โดยที่ไม่มีสาเหตุ without really having a reason…

ก็เป็นอย่างงี้ทุกวัน and so it goes like this every day

ทุกวัน every day

จน until

พี่ที่ห้องแลป a พี่ from my lab..

เค้าก็เลยบอกว่า He goes and says….

เออ!เนี่ยบู๋นะต้องกินกัญชาอะไรมาแน่เลย Jeez Boo, you must be smoking something..

ทำไมมันหัวเราะทุกวันเลย why are you always laughing?

แล้วพอมาวันนี้ and then this one day comes…

พอบู๋จะเดินออกจากห้องแลป and as soon as I’m walking out of the lab…

บู๋ก็บอกว่า I say…

“ไปแล้วนะค่ะพี่ๆ บ๊ายบาย ”  I’m heading out.  Cya.

อย่างเงี่ย like this

พี่คนหนึ่งก็พูดขึ้นมา and my พี่ yells out…

“จะกลับแล้วเหรอบู๋เชิญยิ้ม” Leaving already บู๋เชิญยิ้ม ? (<—ฉายา)

อย่างเงี่ย like that

คือเหมือนเป็นฉายาหนึ่ง  its like a nickname

ที่ตั้งแบบลักษณะของคน that is based on the characteristics (personality and/or physical)

ที่เด่นๆของคน that stand out

คนนี้ว่า and as for me (this person..)

เค้ามีลักษณะแบบไหน what am I like?

แล้วก็ให้ชื่อคนนั้นไป well, I was given that name

อันนี้คือคำว่าฉายา this is ฉายา

ของบู๋ก็มีฉายาว่าบู๋เชิญยิ้ม and my ฉายา is บู๋เชิญยิ้ม

ซึ่งตอนแรกมีมาตั้งแต่สมัยเรียนป.ตรีแล้ว which started up while I was in college..

มีเพื่อนเคยเรียก some friends used to call me that

แต่ไม่มีใครเรียกมานานแล้ว but nobody has used it in a while

เพราะจบไปแล้วไง ’cause I’ve already graduated…

อืม…  yea…

แล้วพอมาเรียนป.โท and then I started studying for my masters..

ไม่คิดว่าจะมีคนเรียก and I didn’t think anybody would call me that (anymore)

ตกใจเลยนะ its kinda surprising

หันไป looking back

ทำไมเค้าถึงเรียกอย่างเงี่ย why did they call me that?

แล้วเค้าก็บอกว่า Well, I’d say it’s because

ก็บู๋หัวเราะได้ทุกวัน I laugh every day.

จบ That’s it.

Getting in the Wrong Car – Transcript w/Breakdown

October 20th, 2009 2 comments

ก็มีวันหนึ่งไปทำแล็ปใหม่ๆ ตอนนั้นยังแบบ เพิ่งรู้จักกับพวกพี่ๆเค้า  แล้วพี่เค้าก็ชวน ไม่พี่หรอก บู๋นี่แหละชวนไปกิน ไปหาอะไรกินกันไหม  พี่คนหนึ่งก็เลยบอกว่า  เอ่อ! ไปสิ ไปสิ แล้วเสร็จแล้ว ก็มันอยู่กันหลายคน ประมาณ 5 6 7 คนก็เลยรับอาสากันว่า บู๋กับพี่พัฒน์ 2 คนจะไปซื้ออะไรมากินกัน โดยที่ตอนแรกจะเอา กะจะเอามอเตอร์ไซต์ไป เสร็จแล้วปุ๊บ!ด้วยความที่คนสั่งเยอะ เยอะมาก ก็เลยเอ๊ะ!เปลี่ยนใจ เอารถยนต์ไปดีกว่า พี่พัฒน์ก็เลยบอก “รถพี่จอดหน้าคณะ เอารถยนต์พี่ไป” บู๋ไม่เคยขึนรถยนต์พี่พัฒน์มาก่อน บู๋ไม่รู้จักรถยนต์พี่พัฒน์ แต่ว่าตอนไปนะ มันจำไม่ยากไง เพราะว่ามันอยู่หน้าคณะอ่ะ ก็นั่งปุ๊บ เสร็จแล้วพอขึ้นก็เมาท์……………………………..คุยทุกเรื่องสรรพสิ่ง พี่พัฒน์ก็ถามนั้น บู๋ก็สัมภาษณ์นี่อะไรอย่างงี้ คุยกันไป ซื้อของเกือบจะหมดล่ะ เหลืออีกชิ้นหนึ่งคือร้าน นม บู๋อยากกิน บู๋ก็เลยบอก พี่พัฒน์ พี่พัฒน์จอดร้านมนต์หน่อย แต่ด้วยความเป็นถนนนิมมานท์นะ คือรถมันเยอะมันก้เลยต้องมีแบบ การขยับเขยือนรถ บู๋ก็เดินเข้าไปในร้านมนต์ เสร็จแล้วบู๋ก็เห็นแล้ว อ๊อ!รถพี่พัฒน์จอดตรงนี้ ก็มองไว้แค่นี้แหละ ก็เห็นว่าเป็นสีบอนด์บอนด์แบบ เค้าเรียกว่า(นึก) สีควันบุหรี่นะ อืม บู๋เข้าไปซื้อ แล้วก็ไม่ได้มองหันมาอีก หันมาอีกรอบหนึ่งก็ยังมีสีเดิม จอดที่เดิม บู๋ก็เลยเดินออกไป เสร็จแล้วเปิดประตูรถปุ๊บ! ก็ไม่ได้มองหน้าคน แต่เห็นว่า เออ!มีของวางอยู่ ก็ คิดในใจอยู่นะเมื่อกี้มันไม่มีของวางแต่ก็แบบ อืม พี่พัฒน์คงพึ่งเอามาวางมั้ง แล้วกำลังจะหยิบของเค้า ผู้ชายคนนั้นก็(ในรถ) เออ เปิดแล้ว และก็จะหยิบของเค้า เค้าคงตกใจ เค้าคงคิดว่าบู๋จะมาแบบ เป็นขโมย เป็นอะไรอย่างงี้ เค้าก็เลยตะโกนมาแบบตกใจมากง่ะ เฮ้ย!!!!! (ปรบมือ อันนี้แสดงอาการชอบใจของบู๋เอง) 555+++ แค่เฮ้ย!เท่านั้นแหละ บู๋หันไปผับ แล้วบู๋ก็ทำหน้าเฉยๆ “ขอโทษค่ะ”แล้วก็ปิดประตู แล้วก็เดินออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจแบบ โครตอายเลยง่ะ ไม่ ไม่เคยนะ ไม่เคยโดนอย่างเงี่ยอายมาก แล้วจากนั้นก็ไปบอกพี่พัฒน์ พี่พัฒน์ๆบู๋นั่งรถผิด แล้วพี่เค้าก็ถามว่าแล้วรถเค้าอะไร “Accord แต่ของพี่พัฒน์นะToyota ธรรมดา” กล้าเลือกที่จะนั่งด้วย โอเค

ก็มีวันหนึ่ง So there was this one day

ไปทำแล็ปใหม่ๆ where I went to work on this new lab (project)

ตอนนั้นยังแบบ back then ..it was like…

เพิ่งรู้จักกับพวกพี่ๆเค้า I just met everybody

แล้วพี่เค้าก็ชวน and one of them invited me..

ไม่พี่หรอก no wait..it wasn’t him/her

บู๋นี่แหละชวนไปกิน I was invited them to go eat..

ไปหาอะไรกินกันไหม to get something to eat together

พี่คนหนึ่งก็เลยบอกว่า and this one person said

เอ่อ! sure!

ไปสิ ไปสิ Let’s go!

แล้วเสร็จแล้ว so after we finished

ก็มันอยู่กันหลายคน there was a bunch of us

ประมาณ 5 6 7 คน maybe 5, 6 or 7 people

ก็เลยรับอาสากันว่า So um I volunteered to..

บู๋กับพี่พัฒน์ 2 คน Me and Pat

จะไปซื้ออะไรมากินกัน to go buy food for everybody

โดยที่ตอนแรกจะเอา at first we were gonna …

กะจะเอามอเตอร์ไซต์ไป go by motorbike

เสร็จแล้วปุ๊บ! and as soon as we finished (got all the food)

ด้วยความที่คนสั่งเยอะ because there was so much ..

เยอะมาก a lot

ก็เลยเอ๊ะ! jeez

เปลี่ยนใจ we changed our minds

เอารถยนต์ไปดีกว่า and decided to take a car instead

พี่พัฒน์ก็เลยบอก and Pat said…

“รถพี่จอดหน้าคณะ เอารถยนต์พี่ไป” “My car is parked out front.  Let’s take it.”

บู๋ไม่เคยขึนรถยนต์พี่พัฒน์มาก่อน I’ve never been in Pat’s car before.

บู๋ไม่รู้จักรถยนต์พี่พัฒน์ and I don’t know which car is his.

แต่ว่าตอนไปนะ but when I was going

มันจำไม่ยากไง it wasn’t hard to remember

เพราะว่ามันอยู่หน้าคณะอ่ะ because it was parked right in front of our faculty

ก็นั่งปุ๊บ

เสร็จแล้วพอขึ้นก็เมาท์…………

…………………..คุยทุกเรื่องสรรพสิ่ง

พี่พัฒน์ก็ถามนั้น Pat was asking me about stuff

บู๋ก็สัมภาษณ์นี่อะไรอย่างงี้ and I was asking him stuff like this

คุยกันไป just talking

ซื้อของเกือบจะหมดล่ะ so we were almost finished buying everything

เหลืออีกชิ้นหนึ่งคือร้าน นม we just had to get stuff from the milk store (nom shop? or whatever works for ya)

บู๋อยากกิน cause I wanted to get some stuff

บู๋ก็เลยบอก so I told

พี่พัฒน์ พี่พัฒน์จอดร้านมนต์หน่อย Pat to stop in front of the milk shop for a minute

แต่ด้วยความเป็นถนนนิมมานท์นะ but since it was on Niman (road name in CM)

คือรถมันเยอะมัน there was lots of traffic

ก้เลยต้องมีแบบ so it was like..

การขยับเขยือนรถ cars moving back and forth (picture Frogger)

บู๋ก็เดินเข้าไปในร้านมนต์ So I went in the Mon (name) shop.

เสร็จแล้วบู๋ก็เห็นแล้ว so I finished and I saw…

อ๊อ!รถพี่พัฒน์จอดตรงนี้ Pat’s car parked right there…

ก็มองไว้แค่นี้แหละ so I just took note of it..

ก็เห็นว่าเป็นสีบอนด์บอนด์แบบ So I saw that it was Bond color(?) (James Bond?)

เค้าเรียกว่า I call it…

(นึก) ::thinking::

สีควันบุหรี่นะ

อืม yea

บู๋เข้าไปซื้อ so I went in to buy the stuff

แล้วก็ไม่ได้มองหันมาอีก and I didn’t look back at all

หันมาอีกรอบหนึ่งก็ยังมีสีเดิม

จอดที่เดิม parked in the same spot

บู๋ก็เลยเดินออกไป so I came out (of the shop)

เสร็จแล้วเปิดประตูรถปุ๊บ! and I opened the door to the car and

ก็ไม่ได้มองหน้าคน I didn’t look at the driver

แต่เห็นว่า เออ! but I noticed that

มีของวางอยู่ there was stuff in the (back of the) car

ก็ คิดในใจอยู่นะเมื่อกี้ and I started thinking that a minute ago..

มันไม่มีของวาง there wasn’t anything there

แต่ก็แบบ อืม so um well

พี่พัฒน์คงพึ่งเอามาวางมั้ง Pat probably just put it here a second ago

แล้วกำลังจะหยิบของเค้า and so I was about to grab my stuff

ผู้ชายคนนั้นก็(ในรถ) and so the guy (in the car)

เออ เปิดแล้ว opened the door

และก็จะหยิบของเค้า to grab his stuff

เค้าคงตกใจ he was probably surprised

เค้าคงคิดว่าบู๋จะมาแบบ he must have thought that..

เป็นขโมย I was a thief

เป็นอะไรอย่างงี้ or something like this

เค้าก็เลยตะโกนมา he shouted

แบบตกใจมากง่ะ (so loud) that it was crazy

เฮ้ย!!!!! Hey!!!!

555+++ แค่เฮ้ย!  Hahaha, just ‘hey!’

เท่านั้นแหละ that was it

บู๋หันไปผับ so I just left

แล้วบู๋ก็ทำหน้าเฉยๆ and kept a straight face

“ขอโทษค่ะ” said “I’m sorry”

แล้วก็ปิดประตู and closed the door

แล้วก็เดินออกมา and walked out

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น like nothing happened

แต่ในใจแบบ but inside

โครตอายเลยง่ะ I was kinda freaking out/feeling really embarrased

ไม่ ไม่เคยนะ I have never.

ไม่เคยโดนอย่างเงี่ยอายมาก never felt that embarrased before

แล้วจากนั้นก็ so then/after that

ไปบอกพี่พัฒน์ I went and told Pat

พี่พัฒน์ๆบู๋นั่งรถผิด that I got in the wrong car

แล้วพี่เค้าก็ถามว่า and he asked

แล้วรถเค้าอะไร what (kind) of car it was

“Accord แต่ของพี่พัฒน์นะToyota ธรรมดา” an Accord, but Pat’s car is just a Toyota

Body Relax – Transcript

October 16th, 2009 No comments

ก็วันนี้ตอนแรก  ตอนประมาณ 3 โมง ก่อน 4 โมงนะ  เพราะบู๋มีสอน 4 โมง มันจะว่างชั่วโมงหนึ่ง  ก็กะว่าจะไปนวดตัวเพราะรู้สึกเมื่อยอย่างเงี่ย ก็เดินไปแถวซอยที่หอ มันก็จะมีร้านหนึ่งเขียนว่า Body Relax ก็กะว่า เออ! มันต้องมีเป็นนวดตัว เป็น massage เป็นสปา อะไรอย่างเงี่ย ก็เลยเดินเข้าไป แล้วบอกเค้าว่า “พี่ค่ะ นวดตัวเท่าไหร่ค่ะ ชั่วโมงล่ะเท่าไหร่” อะไรอย่างเงี่ย แล้วเสร็จแล้วคนที่รับเค้าก็บอกว่า “เออ!ลูกค้ามา” เค้าก็ไปเรียกอีกคนหนึ่งมา แล้วอีกคนคือเหมือนเป็นเจ้าของ เค้าก็มาแล้วเค้าก็บอกว่า “อ่า…..มี…มีธุระอะไรหรือปล่าวค่ะ” อะไรอย่างงเย เราก็เลยถามว่า “เออ!นวดตัวราคาเท่าไหร่ค่ะต่อชั่วโมง”อะไรอย่างเงี่ย เค้าก็เลยทำท่าแบบว่า อายๆหน่อยแล้วเค้าก็บอกว่า “เออ!รับเฉพาะผู้ชายค่ะ”555++โอโฮ้!เท่านั้นแหละบู๋รู้สึกแบบเพร๊ง…! หน้าแตก แล้วบู๋ก็ไม่เข้าใจนะ ว่าเอ๊ะแล้วทำไมต้องรับแต่ผู้ชาย เพื่อนมันเข้าใจล่ะ มันก็ลาก “แกออกมานี่”แล้วก็เดินกันออกไป”ว่าแล้วว่าเราต้องเดินเข้าผิดแน่ๆเลย” แล้วก็เลยไปหาในเซ็นทรัลอะไรอย่างงเย(ร้าที่อยู่ซอยหอเหรอ)อืม! ที่ซอยที่ตรงข้างๆรร.สอนดนตรีนะ รร.สอนดนตรีสันตินะ มันเขียนติดว่า Body Relax ไง บู๋ก็ใจว่า(ทำท่าทาง) อะไรอย่างเงี่ย คือโง่นะ ก็เดินเข้าไป น่าแตกเลย เสียใจอ๊อ! ถ้าว่างไปดิ 555+ (ไม่ไปดีกว่า) จบแล้ว

Categories: Video

In the Works

October 6th, 2009 No comments

I’ve had to put the video project on hold temporarily as I’ve just been too busy to film.  I’m taking care of a few loose ends so I can finally graduate.  Any day now.

I am currently teaching Thai part-time (to farangs of course) at my university and it has been an interesting experience.  They were fresh off the boat and I only get them once a week so it has been challenging to design an alphabet boot camp for them.   This has led me to create a number of resources that are useful for beginners or anyone trying to learn the sound system and/or wants to be able to read properly.  I have an idea for an experiment and could use a few subjects.    People who can’t read well or at all are preferred.  If you can kinda read, but aren’t solid on the sounds, it will probably still be useful for you.  It would require a bit of time and effort on your part, but not too much.  I’m not sure how many people I can take on, but probably 2 or 3 should be fine.  Anybody interested?  Its nice to be literate.

While I am working on a couple other projects at the moment, being done with school will give me a window of time to work on a something over the next few months.  I think its almost time to move away from the blog format and into something different.  I’m open to suggestions/requests.  Let me know if there is something in particular that you’d like to see.

In the meantime, I have more transcripts in progress and there are probably another 50 videos to dig through some of which may be good enough to post so expect a bit more in the not to distant future.

If any of this stuff is of interest, contact me at  learnthaifromawhiteguy AT gmail dOt com

Also, I’m heading to Bangkok in a week or so and if anybody wants a lesson and/or to meet up, let me know soon.

Categories: Updates