Archive

Posts Tagged ‘joke’

Body Relax – Transcript

October 16th, 2009 No comments

ก็วันนี้ตอนแรก  ตอนประมาณ 3 โมง ก่อน 4 โมงนะ  เพราะบู๋มีสอน 4 โมง มันจะว่างชั่วโมงหนึ่ง  ก็กะว่าจะไปนวดตัวเพราะรู้สึกเมื่อยอย่างเงี่ย ก็เดินไปแถวซอยที่หอ มันก็จะมีร้านหนึ่งเขียนว่า Body Relax ก็กะว่า เออ! มันต้องมีเป็นนวดตัว เป็น massage เป็นสปา อะไรอย่างเงี่ย ก็เลยเดินเข้าไป แล้วบอกเค้าว่า “พี่ค่ะ นวดตัวเท่าไหร่ค่ะ ชั่วโมงล่ะเท่าไหร่” อะไรอย่างเงี่ย แล้วเสร็จแล้วคนที่รับเค้าก็บอกว่า “เออ!ลูกค้ามา” เค้าก็ไปเรียกอีกคนหนึ่งมา แล้วอีกคนคือเหมือนเป็นเจ้าของ เค้าก็มาแล้วเค้าก็บอกว่า “อ่า…..มี…มีธุระอะไรหรือปล่าวค่ะ” อะไรอย่างงเย เราก็เลยถามว่า “เออ!นวดตัวราคาเท่าไหร่ค่ะต่อชั่วโมง”อะไรอย่างเงี่ย เค้าก็เลยทำท่าแบบว่า อายๆหน่อยแล้วเค้าก็บอกว่า “เออ!รับเฉพาะผู้ชายค่ะ”555++โอโฮ้!เท่านั้นแหละบู๋รู้สึกแบบเพร๊ง…! หน้าแตก แล้วบู๋ก็ไม่เข้าใจนะ ว่าเอ๊ะแล้วทำไมต้องรับแต่ผู้ชาย เพื่อนมันเข้าใจล่ะ มันก็ลาก “แกออกมานี่”แล้วก็เดินกันออกไป”ว่าแล้วว่าเราต้องเดินเข้าผิดแน่ๆเลย” แล้วก็เลยไปหาในเซ็นทรัลอะไรอย่างงเย(ร้าที่อยู่ซอยหอเหรอ)อืม! ที่ซอยที่ตรงข้างๆรร.สอนดนตรีนะ รร.สอนดนตรีสันตินะ มันเขียนติดว่า Body Relax ไง บู๋ก็ใจว่า(ทำท่าทาง) อะไรอย่างเงี่ย คือโง่นะ ก็เดินเข้าไป น่าแตกเลย เสียใจอ๊อ! ถ้าว่างไปดิ 555+ (ไม่ไปดีกว่า) จบแล้ว

Categories: Video

This is not a Diary

June 2nd, 2009 No comments

Excerpt from เด็กไม่เอาถ่าน  

วันอังคาร

ก่อนอื่นฉันขอบอกให้ชัดๆ ไปเลยว่า

นี่เป็นบันทึกประจำวัน   

ไม่ใช่ไดอารี่ ถึงบนหน้าปกมันจะเขียนไว้ว่าอย่างนั้นก็เถอะ

เมื่อตอนที่แม่ออกไปซื้อมันมาน่ะ

ฉันก็ ย้ำนัก ย้ำหนา แล้วว่าอย่าเอาเล่มที่เขียนว่า “ไดอารี่” มา   

คิดดูสิ ถ้าเกิดมีเจ้าโง่ที่ไหนมาเห็นฉันถือสมุดเล่มนี้เดินไปเดินมา

แล้วเข้าใจผิดละก็

แล้วก็อีกอย่างนะ

ต้องบอกให้เคลียร์ๆ กันตรงนี้เลยว่า

นี่เป็นความคิดของแม่ ไม่ใช่ความคิดฉัน   

แล้วถ้าแม่คิดว่าฉันจะเขียน “ความรู้สึก”  ของฉัน

หรืออะไร ทำนองนั้นลงในนี้ละก็ แสดงว่าแม่เพี้ยนไปแล้ว 

เพราะฉะนั้น อย่ามาหวังซะให้ยากว่าฉันจะ เขียนว่า  

“ไดอารี่ที่รัก” อย่างนั้น “ไดอารี่ที่รัก”  อย่างนี้  

เหตุผลเดียวจริงๆ ที่ฉันยอมเขียนก็คือ

ฉันเกิดคิดได้ว่า อีกหน่อยพอฉันรวยและมีชื่อเสียงแล้วนะ

ฉันก็จะได้ไม่ต้องมาคอยตอบคำงี่เง่าทั้งวันไงละ

Reporter A – “เกรกอรี่! ช่วยเล่าเรื่องสมัยเด็กใ้ห้เราฟังหน่อย!”

Reporter B – “วุ้ย คุณนี่ ทั้งหล่อทั้งฉลาดมาตั้งแต่เกิดเลยเหรอค้า”

Greg – “เิอ้านี่บันทึกประจำวันของผมเอาไปอ่านซะ”

สมุดเล่มนี้จะช่วยได้มากเลย ****************************************************************************

วันอังคาร

ก่อนอื่นฉันขอบอกให้ชัดๆ ไปเลยว่า – first off, I want to make it very clear that  

 

นี่เป็นบันทึกประจำวัน - this is a journal 

 

ไม่ใช่ไดอารี่  - not a diary

 

ถึงบนหน้าปกมันจะเขียนไว้ว่า as for the cover saying  

 

อย่างนั้น that (diary)

 

 ก็เถิะ – whatever (I don’t care, it doesn’t matter)

 

เมื่อตอนที่ – When 

 

แม่ออกไปซื้อมันมาน่ะ – my mom went out to go buy it  

 

ฉันก็ ย้ำนัก ย้าหนา แล้วว่า – I told her a million times..

 

อย่าเอาเล่มที่เขียนว่า “ไดอารี่” มา – not to come back with a book that said diary (on the cover)

 

 

คิดดูสิ I mean, think about it..

 

ถ้าเกิด what if

 

มีเจ้าโง่ที่ไหนมาเห็นฉัน some idiot came along and

 

ถือสมุดเล่มนี้เดินไปเดินมา – saw me walking around carrying this book (that says diary on the cover)

 

แล้วเข้าใจผิดละก็ – and misunderstands?

 

แล้วก็อีกอย่างนะ – And another thing..

 

ต้องบอกให้เคลียร์ๆ กันตรงนี้เลยว่า - that needs to be said (made clear, pointed out)

 

นี่เป็นความคิดของแม่ – This was my mother’s idea.

 

 ไม่ใช่ความคิดฉัน – Not mine.

 

 

แล้วถ้าแม่คิดว่า – If my mom thinks that..

 

ฉันจะเขียน “ความรู้สึก”  ของฉัน – I’m going to write about my ‘feelings’..

 

หรืออะไร  ทำนองนั้น – or any other gushing nonsense

 

ลงในนี้ละก็ – in this book, well.. 

 

แสดงว่า – then it shows that

 

แม่เพี้ยนไปแล้ว – my mother has gone mad

 

เพราะฉะนั้น  s

อย่ามาหวังซะ  ให้ยากว่าฉันจะ – don’t get your hopes up/expect to see me 

 เขียนว่า  ”ไดอารี่ที่รัก”  - writing ‘dear diary’ this

อย่างนั้น “ไดอารี่ที่รัก”  อย่างนี้ – or ‘dear diary’ that

 

 

เหตุผลเดียวจริงๆ – And the main reason… 

 

ที่ฉันยอมเขียนก็คือ – I’ve agreed to write this is .. 

 

ฉันเกิดคิดได้ว่า -I realized that 

 

อีกหน่อยพอฉันรวย – before long I will be rich

 

และมีชื่อเสียงแล้วนะ – and famous..

 

ฉันก็จะได้ไม่ต้อง – I won’t have to 

 

มาคอยตอบคำงี่เง่าวันไงละ – wait around answering stupid questions 

 

Reporter A – “เกรกอรี่! ช่วยเล่าเรืองสมัยเด็กใ้ห้เราฟังหน่อย!”

 - Gregory ! Please tell us all about your childhood!

 

Reporter B – “วุ้ย คุณนี่ ทั้งหล่อทั้งฉลาดมาตั้งแต่เกิดเลยเหรอค้า”

-Oooh, have you always been this handsome and clever?

 

Greg – “เิอ้านี่บันทึกประจำวันของผมเอาไปอ่านซะ”

-Here, just go read my journal.

 

สมุดเล่มนี้จะช่วยได้มากเลย – See, this book will be a big help.  

 

 

 

Categories: Books, Intermediate, Reading

สลัดผจญภัย Part 3

December 16th, 2008 No comments

“อูวว” ชาวประมงทึ่ง “แล้วมือตะขอนั่นล่ะ”

ข้าขึ้นเกาะไปหาสมบัติ พบกับเผ่าคนป่าดุร้าย 

ข้าดวลดาบกับหัวหน้าเผ่าจนฆ่ามันได้

แต่ข้าก็โดนมันตัดมือไปข้างหนึ่ง โจรสลัดตอบ

 

 

อูวว ooooh

ตะขอ hook

แล้วมือตะขอนั่นล่ะ well then, what about that hook (where yer hand should be) ?

หาสมบัติ seek treasure

ดวลดาบ duel (duel – sword)

เผ่าคนป่าดุร้าย savages (tribe-people-forest-savage/dangerous)

หัวหน้าเผ่า tribal leader 

โดนมันตัดมือ had my hand cut off  (โดน is used for passive sentences, almost always negative)

โจรสลัดตอบ answered the pirate

ฆ่ามันได้ was able to kill (him)

สลัดผจญภัย Part 2

December 16th, 2008 No comments

โจรสลัดยืดอกตอบ “ข้าล่องเรือไปทะเลเหนือ

พายุแรงมากพัดข้าตกจากเรือ

ลูกสมุนช่วยดึงข้าขึ้นมา แล้วปลาฉลามยักษ์กระโดดขึ้นมากัดขาข้าขาดไป”

โจรสลัด pirate (remember – salad thief)

ยืดอกตอบ to answer with an air of confidence often to the point of bragging (lit. expand-chest-answer)

ล่องเรือ to sail

ไปทะเลเหนือ to the Northern Seas

พายุแรง strong storm

พัดข้าตกจากเรือ blew me overboard (blow+me+from+boat)

ลูกสมุน my crew

ช่วยดึงข้าขึ้นมา ้ำhelped pull me up

ปลาฉลามยักษ์ giant shark (fish+shark+giant)

กระโดดขึ้นมา jumped  up (towards me)

กัดขาข้าขาดไป bit off my leg (ขาด means to lack; be less than expected เงินทอนขาด is what you should say if you get back the wrong change in a restaurant **SRS that if you don’t know it.  You should NOT say “change is wrong,” or the  “change is not enough.”  )