Beyond Intermediate Archives - Page 2 of 9 - Learn Thai from a White Guy

How to Improve Your Thai Speaking Ability

A reader recently sent me the following question.  I have posted my response below.
I’ve been living here in Thailand for 2.5 years now, and
have been learning on my own for about 3 years now. Reading
is probably my strongest point, but I would say when it comes to speaking,
specifically grammar maybe, I can get by okay but definitely not there yet.
Any tips for someone who’s been in it for a few years, def. has some grasp on it,
but wanting to really try & step it up to the next level?
At this point you need to start becoming hyper-aware of where the holes are in what you can already do.  We have a tendency to revert to what works and what’s comfortable even though we may have been thinking bigger a moment ago.  I do it too sometimes.  Every time you are in a situation and want to say something, but have no clue how to, write it down and find out.  Find out = ask at least 5 Thai people and maybe 1 or 2 farang who might know.  Then go use it as soon as possible.  This is how I got past the plateau.  All flashcards and tools aside, the only way I could be sure to remember anything was if went and used it and either I remembered it, or I screwed up horribly and felt embarrassed.  Either way, it should often stick.   A lot of stuff will just end up in your head without you being aware of how or when you learned it, but doing this should  give you a nice pile of sentences that you will very likely remember and probably have some good stories to tell.
That’s general advice.  Here’s something more specific you can actually go and do on your own right now.  Skim through my 100 sentence project  and make sure you can say all those sentence patterns perfectly.  If you can’t, or if you don’t know any of them very well then pick out the pattern and go to a site like*Update: This site was unfortunately shut down) or any other site where people go to ask dumb questions and search for the main part of the pattern.  Then read tons of examples, pick out one or 2 that is relevant to you (or make your own if there aren’t any) and then go out and use it. It’s really easy to manipulate most people into talking about whatever you want.  It’s also ok to just go completely off topic and talk about planets or whatever.  I used to do it all the time.
To summarize, keep reaching, do at least 30 minutes every day (keeping track will help) and you will progress.  You have to think big with languages because you can’t really do anything in just 1 day other than actually go out and interact with people that can really make a difference.  It all becomes a drop in the ocean, and so you need time to fill up the ocean.
Getting good at a language takes a long time and once you get past the initial fun stuff, progress seems to slow to a crawl.  You have to create and maintain a passion for it throughout which in turn helps to keep the discipline to do something about it every single day.  There aren’t any language hacks or secret short cuts.  It takes a long time to cover all the ground necessary to get awesome.


The Proposal

It’s been a while, but I assure you I’ve been hard at work.  I’ve gone through all my old videos again and I’m adding transcripts to all of them.  Here’s the first.  Boo talking about the movie “The Proposal.”

Google has added a new feature to Gdocs.  You can now right click on a selected word in a document and it will search for the definition and/or examples.   Check it out in the transcript below.

The Proposal
The Proposal (Transcript) 

LTfaWG Talks: Toilet Troubles

Read-friendly: gdoc

สวัสดีค่ะ เดี๋ยววันนี้แนนจะเล่าเรื่องตลกให้ฟังหนึ่งเรื่องนะคะ มีอยู่ครั้งหนึ่งค่ะที่แนนได้ไปเที่ยวชมที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างไกลจากเมืองหลวงนะคะ แล้ว(พอ)ตอนที่จะเข้าห้องน้ำเนี่ย ห้องน้ำก็จะมีเป็นห้องน้ำรวมนะคะ ก็มีเพียงห้องเล็ก ๆ สองห้องเท่านั้นเอง แล้วในห้องน้ำเนี่ยก็จะเป็นห้องน้ำแบบนั่งยองๆหรือว่าเป็นแบบส้วมซึมนะคะ ในห้องน้ำเนี่ยก็จะมีโอ่งใบยักษ์นะคะที่ใส่น้ำเอาไว้เต็มตุ่มเลย ก็คาดว่าน่าจะเอาไว้ใช้(ใน)อาบน้ำสำหรับคนบริเวณนั้นนะคะ แล้วก็จะมีอ่างเล็ก ๆ อีกหนึ่งอ่างเอาไว้ชะล้างหลังจากเสร็จกิจนะคะ ก็ แนนก็เข้าไปทำธุระตามปกติค่ะ แล้วก็หลังจากออกมาจากห้องน้ำเสร็จแล้วก็เจอฝรั่งท่านหนึ่งที่เค้าต่อหลังแนนอยู่อ่ะคะ แล้วสักพักเค้าก็หันกลับมาเรียกแนนว่า โอเคแปลเป็นไทยนะคะว่า “เนี่ยคุณ คุณช่วยอะไรหน่อยได้ไหม” แล้วแนนก็ตอบว่า “เอ่อ มีอะไรคะ” เค้าบอกว่า “เนี่ย ฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องฉี่ลงไปตรงไหน ฉันต้องฉี่ลงไปในโอ่งใหญ่ ๆ ใบนั้นเลยไม๊” แล้วแนนก็หัวเราะค่ะ แล้วก็บอกว่า “ถ้าสมมุติว่าคุณฉี่ลงไปในโอ่งใบนั้นเนี่ย คนที่เข้าหลังคุณเนี่ยอาจจะมีปัญหาได้นะคะ” ก็บอกว่าให้คุณเนี่ยฉี่ลงไปในส้วมซึมก็คือรูเล็กๆนั่น ถ้าสมมุติว่ายืนฉี่ไม่ได้ก็นั่งฉี่นะคะถ้ามันไกลเกินไป เค้าก็บอกว่าโอเค ๆ แล้วเค้าก็จะพยายามนะคะ จบค่ะยังไงก็ขอบอกให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้เข้าใจนะคะว่า โอ่งที่ใส่น้ำเนี่ยไม่ใช่โอ่งเก็บฉี่นะคะ เป็นโอ่งเก็บน้ำสะอาดค่ะ ขอบคุณค่ะ

LTfaWG Talks: Furbies

This is a medium length Thai reading exercise about Furbies which were very popular when this was originally written.  Audio is included and click the google doc to see the vocabulary.

[2013 Entry]I’ve picked up some more part-time helpers to work on a new series which I’m going to call “LTfaWG Talks” unless somebody has a better idea.  Anyways, I whip and berate the speakers in the hopes that I can get them to talk about a particular topic for a few minutes at a time.  If the talk works out, I’ll include the transcript as well. Today’s speaker tells us why she doesn’t like Furby or his crew.  Please send along topic requests and I’ll see if any of my minions can pull it off.

This first talk is about 6 and a half minutes so expect to need to listen to it a few times to get the gist if there is a lot of new stuff in here for you.

Audio: The reason why i hate Furby

Reader: Gdoc

วันนี้นะคะก็อยากจะมาพูดถึงเหตุผลที่ไม่ชอบตุ๊กตาเฟอร์บี้นะคะ ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมกันนะคะในหมู่ดาราแล้วก็วัยรุ่นนะคะ และก็มีการถ่ายรูปกัน (แล้วก็) กับเฟอร์บี้นะคะ แล้วก็โชว์ทางโซเชียล เน็ตเวิร์คนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรมนะคะ ก็ถือว่าช่วงนี้ก็สามารถเห็นเฟอร์บี้ได้ใน(จาก)หลายๆแห่งเลยนะคะ อาจจะไม่อยากดูแต่ก็ต้องดูนะคะ ก็อยากจะมาพูดให้ฟังว่าทำไม เหตุผลอะไรที่ดิฉันจะไม่ซื้อเฟอร์บี้มาเป็นของดิฉันเด็ดขาดนะคะ

ข้อแรกนะคะที่สำคัญที่สุดก็คือตัวเฟอร์บี้เป็นสัตว์ที่อยู่เหมือนเกมลินเกินไปค่ะ ไม่รู้ว่าเพื่อนๆรู้จักเกมลินหรือเปล่าคะ ซึ่งในหนังเรื่องเกมลินเนี่ย (เมื่อโดน) เอ่อ สัตว์ตัวนี้เมื่อโดนน้ำหรือว่ากินอาหารหลังเที่ยงคืนเนี่ยมันก็จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดนะคะ ที่ดุร้ายนะคะ ก็ทำให้ตอนนั้นที่ดิฉันเป็นเด็ก ๆ ดูหนังเรื่องนี้ก็ค่อนข้างที่จะฝังใจ ค่อนข้างกลัวนะคะ แต่มีคนบอกว่าตัวเฟอร์บี้นี่อยู่เหมือนนกฮูกกับแฮมสเตอร์ผสมกันนะคะ (ก็) ก็ไม่เห็นว่ามันจะเหมือนนกฮูกตรงไหนนะคะหรือว่าเหมือนแฮมสเตอร์ตรงไหนนะคะ ออกจะหน้าตาน่าเกลียดประหลาดๆนะคะแล้วก็สีแปร๋นนะคะ สีนี่ยิ่งไม่ชอบใหญ่เลยนะคะ สีม่วงแปร๋น หรือว่าสีเขียว สีน้ำเงินนะคะ โอเคค่ะข้อที่สองแล้วกันนะคะ

ข้อที่สอง ราคามันแพงเกินไปนะคะสำหรับตุ๊กตาตัวนึง ถึงแม้ว่ามันจะมีคอมพิวเตอร์หรือไมโครชิพฝังอยู่ก็ตามนะคะ แต่การซื้อของเล่นของเล่นนึงที่ราคาสามพันหรือหกพันเนี่ย แล้วก็ค่อนข้างที่คิดว่ามันน่าจะเป็นแค่ตุ๊กตาตัวนึงอ่ะ ราคาตั้งสามพัน ตอนนี้หกพันเจ็ดพันแล้ว คิดว่ามันค่อนข้างที่จะแพงอ่ะคะ แล้วก็สมัยตอนที่อยู่ม.ต้นนะคะ ช่วงนั้นเนี่ยคนก็ฮิตเล่นสัตว์เลี้ยงอิเล็คโทรนิคเหมือนกัน ที่ชื่อว่าทามาก็อตจิ ช่วงนั้นเนี่ยนะคะเพื่อนของดิฉันเกือบทั้งห้องนะคะมีทามาก็อตจิทุกคน แต่ดิฉันไม่มีนะคะ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงจะต้องซื้อตัวละหลายร้อยบาทเพื่อที่จะมาใส่ในกระเป๋าแล้วต้องมานั่งกดทั้งวัน ๆ เพื่อที่จะ เหมือนกับการให้อาหารมันนะคะ ต้องเลี้ยงมันตั้งแต่ยังเป็นไข่ ฟักออกมาเป็นลูกไก่ ลูกทามาก็อตจิอะไรก็ตามนะคะ ซึ่งสมัยนั้นเนี่ยคนในห้องเรียนก็ไม่ค่อยได้เรียนหรอกค่ะ นั่งกดทามาก็อตจิทั้งวันนะคะ ก็คิดว่ามันไร้สาระมาก ไม่รู้ว่ามันสนุกตรงไหนนะคะ เอาเงินเนี่ยไปเลี้ยงข้าว(พ่อ)คุณพ่อคุณแม่ดีกว่านะคะ โอเคค่ะ

ข้อที่สาม ไม่ชอบเฟอร์บี้ที่มันพูดมากนะคะ ดูจากในรีวิวของเพื่อนนะคะ พูดไม่หยุด พูดทั้งวัน ไม่มีสวิตช์ปิด มีคนบอกว่า (ถ้ามัน) อยากให้มันนอน ก็เอาผ้าปิดหัวมันสิ มันจะได้เงียบ อะไรยังงี้ มันจะได้นอนนะคะ แต่มีอีกคนนึงมาบอกว่า อ๊าเฟอร์บี้นอนหลับแล้วกรน น่ารักจังเลย อ้าว ตกลงว่ายังไงเนี่ยคะ ตกลงว่า นอนก็กรน ตื่นก็บ่น ยังงี้หรอคะ แล้วเมื่อไหร่ที่มันจะเงียบละคะ อันนี้ก็ทำให้คิดว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารำคาญนะคะ เป็นของเล่นที่น่ารำคาญมาก มาก ๆ

ข้อที่สี่นะคะ เค้าบอกว่ามีแอพพลิเคชั่นสอนภาษาเฟอร์บี้ เพื่อที่จะให้สื่อสารเข้าใจกับเฟอร์บี้ได้นะคะ อันนี้ค่อนข้างที่จะปัญญาอ่อนนะคะ ไม่รู้ว่าคิดกันไปได้ยังไงนะคะ เรียนภาษาเฟอร์บี้ เอาไปทำอะไรคะภาษาเฟอร์บี้ คุณจะไปเที่ยวเฟอร์บี้แลนด์เหรอคะหรือว่าคุณจะย้ายไปอยู่ประเทศเฟอร์บี้ อันนี้นะคะถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกลับมาที่โลกมนุษย์แล้วนะคะก็อยู่ไปที่ประเทศเฟอร์บี้ คิดว่าน่าจะเอาเวลาที่เรียนภาษาเฟอร์บี้เนี่ยนะคะ มาเรียนภาษาอังกฤษดีกว่านะคะ เพื่อที่จะเอาไปใช้งานได้ด้วยนะคะในชีวิตจริง ในโลกของความเป็นจริงนะคะ ก็ค่อนข้างจะออกแนวเพ้อเจ้อค่ะ คนที่คิดภาษาเฟอร์บี้ขึ้นมาเนี่ยนะคะ

ข้อสุดท้ายคือข้อห้าที่ไม่ชอบเฟอร์บี้ เพราะการที่จะเล่นเฟอร์บี้ได้จะต้องมีแอพพลิเคชั่นสำหรับเล่นเฟอร์บี้ เพราะฉะนั้นต้องไปโหลดแอพมาอีกลงไปในเครื่องมือถือของคุณหรือไอแพดหรือไอพอดหรืออะไรก็ตามนะคะ ไม่ใช่ว่าซื้อตุ๊กตามาปุ๊บก็จะเล่นได้เลย ยังต้องไปซื้อมือถือหรือว่าอะไรก็ตามที่ (เป็น) สามารถใช้แอพ ดาวน์โหลดแอพมาเล่นกับตุ๊กตาเฟอร์บี้ได้อีกนะคะ

อันนี้คิดว่ามันค่อนข้างที่จะเป็นการแพงเกินไปแล้วก็เป็นการที่ยากลำบากเกินไปสำหรับการเล่นตุ๊กตาตัวนี้นะคะ ในความเห็นส่วนตัวเนี่ยที่คิดว่าตุ๊กตาเฟอร์บี้เนี่ย (มี) เป็นที่นิยมในตอนนี้ก็คือ(มันเหมือนกับ)มัน มันมีการตอบโต้กับเจ้าของได้ แล้วก็แสดงออกว่าดีใจได้ เสียใจได้ ก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวนึงนะคะ เพราะว่าคนในสมัยปัจจุบันเนี่ยก็ไม่ค่อยที่จะมีเวลาที่จะมีสัตว์เลี้ยงจริง ๆ สักหนึ่งตัว อาจจะทำงานหนักหรือว่าอาจจะไม่อยากมีความรับผิดชอบหรือว่าอะไรก็ตามนะคะ ก็ทำให้เฟอร์บี้ก็มาตอบโจทย์คนกลุ่มนี้นะคะ ที่อยากจะมีสัตว์เลี้ยงที่ตอบโต้เราแต่ว่าไม่จำเป็นต้องดูแลมันตลอดไปจนหลาย ๆ ปี อะไรยังงี้อ่ะค่ะ (ก็) ในอนาคตนี้ก็คิิดว่า หลังจากนี้นะคะก็ต้องมีบริษัทที่ทำตุ๊กตาเฟอร์บี้(คล้าย ๆ) อาจจะเป็นทำพวกตุ๊กตาสัตว์เลี้ยงอิเล็คโทรนิคอย่างนี้ขึ้นมาอีกนะคะ แต่ว่าดิฉันก็คงไม่คิดที่จะอุดหนุนอีกอย่างแน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะ

Lunar Eclipse

The National Astronomical Research Institute of Thailand (NARIT) has announced that we are having a full lunar eclipse tonight starting at 01:22:37am June 16th.  Supposedly the view from Chiang Mai is supposed to be pretty nice so if I can manage to stay awake I’m going to head over to the NARIT building if anybody is interested.

Below is the first paragraph from the wiki entry for Lunar Eclipse with vocab.

จันทรุปราคา (เรียกได้หลายอย่าง ตัวอย่างเช่นจันทรคาธ, จันทรคราส, ราหูอมจันทร์ หรือ กบกินเดือน) คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์, โลก และดวงจันทร์เรียงอยู่ในแนวเดียวกันพอดี หากเกิดขึ้นในช่วงพระจันทร์เต็มดวง เมื่อดวงจันทร์ผ่านเงาของโลก จะเรียกว่า จันทรุปราคาปรากฏการณ์จันทรุปราคาแม้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มีอิทธิพลต่อความคิดและความเชื่อในหลายวัฒนธรรมมาช้านาน รวมทั้งของไทยด้วย ซึ่งลักษณะของจันทรุปราคาขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงจันทร์ที่เคลื่อน ที่ผ่านเงาของโลกในเวลานั้นๆ

จันทรุปราคา Lunar Eclipse (Note how these 2 combine จันทร + อุปราคา)
เรียกได้ can be called
หลายอย่าง  many/various things
(ตัว)อย่างเช่น for example
ปรากฏการณ์ event; phenomenon
เกิดขึ้น happen; occur
ดวงอาทิตย์ the sun
โลก  world; earth
ดวงจันทร์ the moon
เรียง arrange; line up
อยู่ในแนวเดียวกันพอดี to line up just so (แนว functions like ‘row’ here)
หาก if
ช่วงพระจันทร์เต็มดวง during a full moon
เมื่อดวงจันทร์ผ่านเงาของโลก when the moon passes the shadow of the world
แม้ even though
จะเกิดขึ้น this happens
ตามธรรมชาติ  naturally (according to nature)
อิทธิพล influence
ความคิดและความเชื่อ ideas and beliefs
หลายวัฒนธรรม various cultures
ช้านาน for/since a long time
รวมทั้ง including
ลักษณะ characteristic
ตำแหน่ง  position
คลื่อน  move