Diary: Trip to Pai - LTfaWG

Diary: Trip to Pai

Here’s the next entry from the exciting life of my assistant.  I want to go about this a little differently than previous entries.  First give the paragraph a shot.  I’d set aside at least 30 min for this.

Try these steps:

  1. Scan for words you don’t know.
  2. Count unknown words and pronounce them aloud.
  3. Try to skim through paragraph a couple of times.  Scan for pieces that you can comprehend.  Ignore stuff you don’t know.
  4. Make one attempt to go all the way through
  5. When you can’t take anymore, go to the google doc (link below) and check out the words you don’t know.
  6. Pick 1-2 words you don’t know and think you might be able to use within the next 3 days, put them in at least 3 example sentences (from here if possible, from google if not) and put them in your SRS.  Remember that the only thing in the example sentence you don’t know should be the new word.
  7. Try and use the words in conversation asap.

วันแรกของการเดินทางเชียงใหม่-สะเมิง-วันจันทร์-แม่ฮ่องสอน     

วันนี้เป็นเช้าวันแรกของการขับรถวิบาก เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ปายทางที่แม่ฮ่องสอน พวกเรานัดเจอที่แคชเฮาส์(Cat House) ย่านนิมานเหมินห์ ทุกคนมารวมตัวกันประมาณ 9:00น. ผู้รวมเดินทางมีทั้งหมด 4 คน ฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในการเดินครั้งนี้ พวกเราขับรถไปทางสายแม่ริม-สะเมิง บรรยากาศสวยงามมาก สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และภูเขาล้อมรอบ พวกเราแวะรับประทานอาหารกลางวันที่อำเภอสะเมิง หลังจากนั้นมุ่งหน้าต่อไปที่วัดจันทร์ ซึ่งระหว่างทางจะเต็มไปด้วยต้นสน พอขับรถออกมาจากตัวอำเภอสะเมิงประมาณ 15 กิโลเมตร ก็เริ่มต้นเขาสู่ถนนวิบาก ซึ่งนานๆครั้งจะมีรถวิ่งสวนทาง ถนนบางช่วงเต็มไปด้วยน้ำที่ขังอยู่ในหลุมตามช่วงถนน บางครั้งเราจะได้พบเจอฝูงวัวควายอยู่ข้างริมทาง ซึ่งบางครั้งฉันก็รู้สึกหวาดกลัว ว่าฝูงวัวควายเหล่านั้นจะวิ่งมาหามอเตอร์ไซค์หรือเปล่า บางช่วงของถนนจะลื่นมาก จากฝนที่พึ่งตกเมื่อคืน ทำให้ทุกคนต้องล้มไปกับพื้นผิวของถนน หรือภาษาทั่วไปที่เรียกว่าสไลด์ไปตามทาง ซึ่งจำได้ว่าวันนี้ฉันขับรถล้ม3-5 ครั้ง แต่ก็ไม่มีบาดแผลจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น หลังจากที่เราได้ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงกว่าๆ อยู่ในป่า เราก็มาพบเจอกับหมู่บ้านชาวเขา เราก็ได้แวะพักที่จุดนี้สักพัก แล้วมุ่งหน้าสู่วัดจันทร์ ซึ่งเป็นที่ ที่เราจะค้างในคืนนี้ พอไปถึงที่พัก ตะวันก็ตกดินไปแล้ว ที่พักวัดจันทร์จะเต็มไปด้วยต้นสน สวยงามมาก ค่าที่พักต่อหลัง600 บาท  แต่พอพวกเรามาถึงได้สักพัก ไฟฟ้าก็ดับ พนักงานเลยอาเทียนมาให้ ณ ตอนนั้นทุกคนรู้สึกหิวข้าวมาก และเหนื่อยกับการเดินทางทั้งวัน พวกเราจึงตัดสินไปหาอะไรรับประทานข้างนอกที่พัก ซึ่งทุกที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด หลังจากขับรถมาได้สัก 4 นาที เราก็ได้มาเจอร้านอาหารที่เปิดอยู่ จึงได้เข้าไปสั่งอาหาร และนั่งพูดคุยถึงการเดินทางของวันพรุ่งนี้ หลังจากที่เรารับประทานอาหารเสร็จก็ประมาณสองทุ่มครึ่ง ก็กลับที่พัก โชคดีที่ตอนนั้นไฟฟ้าใช้ได้อีกครั้ง ฉันรีบตรงไปอาบน้ำ และเข้านอนทันที ส่วนเพื่อนชายทั้ง3 ยังนั่งคุยกันอยู่ข้างนอกระเบียบ ในการเดินทางของวันนี้รู้สึกเหนื่อยมาก และร่างกายรู้สึกเมื่อยล้า จากการขับรถทั้งวัน คืนนี้หวังว่าคงได้นอนเต็มอิ่ม เพื่อชาตร์แบตตัวเองสำหรับการเดินทางต่อพรุ่งนี้

 

Link to the google doc with vocabulary.

Speak Your Mind

*