Learn Thai from a White Guy

Yes, Really

2010 Stuff

Posted by gwindarr on January 28, 2010

After a bit of traveling and business I’m back on top of things.

I’m currently in the process of going through all of the vids I made and making sure everything has a transcription and a breakdown.  It may take a while, but I don’t see any need  to rush.

I added breakdowns for the Middle Class Story vid as well as Getting in the Wrong Car.

Posted in Reading, Video | Tagged: , , , , | Leave a Comment »

Kids these days – Transcript

Posted by gwindarr on December 2, 2009

ทางโค้งจิตวิทยาเพื่อวัยรุ่น

ก็ชื่อคอลัมน์ว่าทางโค้งจิตวิทยาเพื่อวัยรุ่น “ให้โอกาสลูกทำในสิ่งที่ชอบ” เค้าบอกว่าวัยรุ่นสมัยนี้เป็นวัยที่ต้องการอิสระ ไม่ชอบกฏเกณฑ์และการเกลียด  เกลียดการถูกบังคับทุกรูปแบบ ฉะนั้นการจะเป็นผู้ปกครองหรือเป็นพ่อ แม่ ก็ต้องระมัดระวังการตั้งกฏเกณฑ์ในการบังคับให้เค้าทำสิ่งใดๆมากเกินไป จะต้องให้อิสระ ให้เค้าคิดเอง แล้วก็ตัดสินใจเอง โดยที่มีเรานะเป็นคนดูแลเค้าอย่างใกล้ชิดเพราะว่าถ้าเกิดพ่อแม่ชี้แนะแนวทางแล้วก็บังคับให้เค้าทำนะ มันจะทำให้เค้ากดดันแล้วก็ทำในสิ่งที่ผิดไปเลยก็จะทำให้ไม่ดี ฉะนั้นก็อย่าลืมว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป อย่าทำอะไรที่พึงพอใจแต่พ่อแม่อย่างเดียวเท่านั้น ต้องให้เค้าได้ทำในสิ่งที่เค้ารัก เพื่อเปิดโอกาสให้เค้าพัฒนาตัวเองมากขึ้น

Posted in Reading, Video | Tagged: , , , , | Leave a Comment »

Middle Class Story – Transcript

Posted by gwindarr on November 28, 2009

ก็อักษรกลาง อักษรกลางภาษาไทยจะมีทั้งหมด 9 ตัว ก็จะมี  จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ ซึ่งการจะจำแบบนี้ มันจะเป็นเรื่องที่ยาก Brett ก็เลยแนะนำวิธีการจำเป็นเรื่องเป็นราวให้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้ ก็คือ มีเด็กอยู่ 1 คน เค้าชอบเลี้ยงสัตว์ซึ่งสัตว์ที่เค้าเลี้ยงจะมีอยู่ 3 ชนิดก็คือ มีลา มีเต่า แล้วก็มีไก่ ซึ่งทั้ง 3 ชนิดเนี่ย เด็กคนนี้ก็เลยต้องเลี้ยงให้มันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ก็เลยเอาไปใส่ไว้ในอ่าง ซึ่งเป็นอ่างน้ำที่ใหญ่ๆ แล้วก็จะต้องเลี้ยงอาหารให้กับมันเพราะว่าไม่งั้นมันก็จะไม่มีชีวิตรอด ซึ่งอาหารที่เค้าจะให้ก็คือ ใไม้ แล้วถ้าเกิดว่าเราเลี้ยงมันแล้วเราไม่ ไม่ปิดมันเงี่ย มันก็จะทำให้มันสามารถหนีออกไปได้ใช่ไหม หลบหนีออกไปได้ ฉะนั้นเราต้องหาอะไรสักสิ่งหนึ่งมาปิด ซึ่งฝามันก็หายไปแล้ว ก็เลยใช้านที่มีอยู่ที่บ้านมาปิด ก็จะทำให้มันสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ในบ้านเรา ที่เราเลี้ยงได้ก็ จบ ก็จะมีครบหมดเลยทั้ง 9 ตัวลองไปหาดูในเรื่องราวเมื่อกี้ (อืม…)

หมายเหตุ….ตัว ฎ ฏ จะไม่มีเพราะมันออกเสียงเหมือน ด ต ตามลำดับอยู่แล้วเลยไม่มีในเรื่อง

Breakdown

ก็อักษรกลาง – So, these middle class consonants…

อักษรกลางภาษาไทยจะมีทั้งหมด 9 ตัว Thai has 9 middle class consonants.

ก็จะมี – They are..ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ

ซึ่งการจะจำแบบนี้ – and so remembering them like this

มันจะเป็นเรื่องที่ยาก – can be difficult

Brett ก็เลยแนะนำวิธีการจำเป็นเรื่องเป็นราว – So Brett came up with a story

ให้ง่ายๆ – to make it easier.

ดังต่อไปนี้ – As follows…

ก็คือ มีเด็กอยู่ 1 คน – So there is this kid…

เค้าชอบเลี้ยงสัตว์ – and he likes keeping pets.

ซึ่งสัตว์ที่เค้าเลี้ยงจะมีอยู่ 3 ชนิด and he has 3 different pets (kinds).

ก็คือ มีลา He’s got a fish.

มีเต่า a turtle

แล้วก็มีไก่ and a chicken

ซึ่งทั้ง 3 ชนิดเนี่ย and so all 3 of these animals

เด็กคนนี้ – so this kid

ก็เลยต้องเลี้ยงให้มันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ – takes care of all of these animals

ก็เลยเอาไปใส่ไว้ในอ่าง and keeps them in a basin (that shower bucket thing)

ซึ่งเป็นอ่างน้ำที่ใหญ่ๆ a big bucket/basin

แล้วก็จะต้องเลี้ยงอาหารให้กับมัน – and of course he needs to feed them

เพราะว่าไม่งั้นมันก็จะไม่มีชีวิตรอด because if he didn’t how would they survive?

ซึ่งอาหารที่เค้าจะให้ก็คือ and he feeds them

ไม้ leaves

แล้วถ้าเกิดว่าเราเลี้ยงมันแล้วเราไม่ so if we have these animals

ไม่ปิดมันเงี่ย and we don’t close/cover (up the basin)

มันก็จะทำให้มันสามารถหนีออกไปได้ใช่ไหม they’d be able to get out (of the basin where they are kept) right?

หลบหนีออกไปได้  they’d be able to escape

ฉะนั้นเราต้องหาอะไรสักสิ่งหนึ่งมาปิด – so we need to have something to cover the basin with

ซึ่งฝามันก็หายไปแล้ว – but we lost the lid

ก็เลยใช้าน – so we use a plate

ที่มีอยู่ที่บ้านมาปิด from the house to close it up

ก็จะทำให้มันสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ในบ้านเรา which allows them to stay in the house

ที่เราเลี้ยงได้ก็ จบ so we can take care of them.  That’s it.

ก็จะมีครบหมดเลยทั้ง 9 ตัว Oh, and there are actually 9 letters in all.

ลองไปหาดูในเรื่องราวเมื่อกี้ (อืม…) But if you check the story I just told…

หมายเหตุ….ตัว ฎ ฏ the reason the othe other 2 letters ฎ ฏ

จะไม่มี are left out

เพราะมันออกเสียงเหมือน ด ต  because they sound the same as ด and ต

Posted in Thai Alphabet, Tips and Tricks, Video | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

Kids These Days

Posted by gwindarr on November 20, 2009

Posted in Video | Tagged: , , , | Leave a Comment »

New Vids on the Way

Posted by gwindarr on November 15, 2009

Check out the newest old vid here.

I was going through some of my video folders and it seems there are quite a few clips that didn’t make it up.  My expensive premium internet has not been having ninja-level speeds lately so I’m going to stagger the videos.  More transcripts still being typed up.

I’m taking an intensive Burmese course at the moment which leaves me with little other than complete mental exhaustion when combined with work.  I think that a language class can be good, but to create and maintain a class that is good all the time takes loads of work and mental energy.  There has to be a better way to go about this.

 

Posted in Video | Tagged: , , | Leave a Comment »

LG Netbook – Transcript

Posted by gwindarr on November 15, 2009

อ่า! (LG Net.. Netbook) Netbook จาก LG ก่อนหน้านี้มันมีออกมา 2 รุ่น (series) ซึ่ง 2 รุ่นนั้น มีชื่อว่า X 110(X 110) กับ X 120 แต่ปัจจุบันนี้มีทำออกมาใหม่คือ LG X 130 (130) ซึ่งลักษณะพิเศษของมันก็คือ (ความพิเศษของมันง่ายๆต่อเนื่องยาวนานได้ 12 ชั่วโมง) ถูกต้อง แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็คือใส่แบตเตอรี่ถึง 9 ก้อน ซึ่งทำให้ตัวมันเองมีน้ำหนัก (น้ำหนัก) มากกว่า (มากกว่ารุ่นก่อนๆ) ใช่ แต่ว่ามันก็ไม่หนักมากนะ แค่ 3.2 ปอนด์ (หรือประมาณหนึ่งกิโลครึ่ง) อืม…! แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สนนราคาอยู่ที่ประมาณ (789,000 วอน) หรือ (เงินไทย 23,000 บาท) แค่นี้เอง ไม่แพง ถูก ถูกกว่าของบู๋เยอะเลย ของบู๋ 42,000 (ซื้อให้หน่อย) โฮ่…..! จบแล้ว (จบ)

Posted in Reading, Video | Tagged: , , , , , | 1 Comment »

Nana (movie) – Transcript

Posted by gwindarr on October 30, 2009


นานะเป็นการ์ตูน เอ้ย!ไม่ใช่การ์ตูน เป็นหนัง น่าจะเป็นหนังญี่ปุ่น(อ้าวเหรอ) เออ!เพราะว่าเพลงที่ขึ้นเป็นเพลงญี่ปุ่น ชื่อ? แน้!รู้เพลงญี่ปุ่นด้วย 55++ เสร็จแล้ว เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิง 2 คน ที่มีชื่อเหมือนกัน คนหนึ่ง (อ่า…ก็เคยดูเหมือนกันนะ) เออ!คนหนึ่งนะจะมีความฝันจะเป็นนักดนตรี (รู้ล่ะ) ที่มีชื่อเสียง(อือฮือ!) แต่อีกคนมีความฝันอยากจะเป็นคนที่ถูกรัก โดยที่แบบ คือ….เพ้อเจ้อหน่อยๆนะเรื่องของความรัก สองคนนี้พอดีได้ไปโตเกียว ไปเที่ยวรถ รถไฟคันเดียวกัน ขบวนเดียวกัน ก็ไปเจอกันบนรถไฟ แล้วก็บังเอิญอีกครั้งหนึ่ง ไปแชร์ห้องแล้วก็ได้อยู่ห้องเดียวกัน ก็เลยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน นานะคนแรกก็คือนานะที่มีความฝันเป็นนักดนตรีเนี่ยเค้าจะเป็นคนที่อาร์ทๆนะแต่งตัวตีสท์นะ แล้วก็ชอบใส่ชุดสีดำอะไรอย่างเงี่ย แล้วก็เป็นแนวเซอร์ๆหน่อย ไม่ค่อยอะไรกับใคร มีโรคส่วนตัวสูง แต่อีกคนหนึ่งเป็นแนวแบบอ่า….ช่างเพ้อฝันนะค่ะ คิคุอะโนเน๊ะ น่ารัก ต้องอยู่กับคนรัก คนรักต้อง.. แล้วสุดท้ายคนรักเค้าก็นอกใจเพราะว่าไปอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีความ เค้าเรียกว่า ความใกล้ชิด เลยทำให้คนนั้นเปลี่ยน(ไป) เค้าก็เลยเสียใจ แล้วก็อยู่ด้วยกัน แล้ววันหนึ่งก็แฟน(เก่า)ของคน คนนั้นนะที่เป็นนักดนตรีนะค่ะ เค้าก็เป็น ตอนนี้คือ เค้าเรียกว่าอะไร? เป็นแบนด์แล้วนะ เป็นวงดนตรีที่มีชื่อเสียง เค้าก็ไปดูกัน แล้วก็สุดท้ายแล้ว นานะคนที่เป็นนักดนตรีเนี่ย ก็สมหวังก็คือผู้ชายคนนี้ก็กลับมารักแล้วก็สมหวังกัน  กับอีกคนที่เพ้อฝัน เค้าบอกว่าไม่เป็นไร เค้าแค่เห็นเพื่อนเค้ามีความสุขก็ดีใจแล้ว เค้าก็ยังมีความใฝ่ฝันที่จะตามหาคนคนนั้นที่จะรักเค้าคนเดียวต่อไป ก็จบ (จบ)

Posted in Reading, Video | Tagged: , , , , | 2 Comments »

Barcamp is Cometh

Posted by gwindarr on October 27, 2009

Earlier this year I went to Bangkok for Barcamp and I really enjoyed it.  If you haven’t heard of it, the basics are that it is an open educational conference.  Open in the sense that everyone is a participant can give a talk about whatever they wish.  It’s great for networking and a good time.   While there are a lot of tech guys, there are plenty of people from other fields as well.  And its free!

Depending on the turn out, I may do a talk or 2 about language stuff.

November 14th will be the 2nd Barcamp Chiang Mai.  If anybody is in the area or can get up here, you might wanna check it out.

Check out the poster here http://barcampchiangmai.org/0908/news/view/3

 

Posted in Around Town | Tagged: , , | Leave a Comment »

Nickname – Transcript + Breakdown

Posted by gwindarr on October 21, 2009

ฉายา ก็คือเป็นลักษณะของคำ ที่เหมือนเป็นชื่ออีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกคน อย่างเช่น สมมติว่า บู๋นะเป็นคนตลก หัวเราะง่าย อย่างปกติเดินเข้าคณะ เดินเข้าไปในห้องแลปปุ๊บ!ก็หัวเราะโดยที่ไม่มีสาเหตุ เสร็จแล้ว ก็เป็นอย่างงี้ทุกวัน ทุกวัน จนพี่ที่ห้องแลปเค้าก็เลยบอกว่า เออ!เนี่ยบู๋นะต้องกินกัญชาอะไรมาแน่เลย ทำไมมันหัวเราะทุกวันเลย แล้วพอมาวันนี้ พอบู๋จะเดินออกจากห้องแลป บู๋ก็บอกว่า “ไปแล้วนะค่ะพี่ๆ บ๊ายบาย ” อย่างเงี่ย พี่คนหนึ่งก็พูดขึ้นมา “จะกลับแล้วเหรอบู๋เชิญยิ้ม”อย่างเงี่ย คือเหมือนเป็นฉายาหนึ่งที่ตั้งแบบลักษณะของคน ที่เด่นๆของคนคนนี้ว่าเค้ามีลักษณะแบบไหน แล้วก็ให้ชื่อคนนั้นไป อันนี้คือคำว่าฉายา ของบู๋ก็มีฉายาว่าบู๋เชิญยิ้ม ซึ่งตอนแรกมีมาตั้งแต่สมัยเรียนป.ตรีแล้ว มีเพื่อนเคยเรียก แต่ไม่มีใครเรียกมานานแล้ว เพราะจบไปแล้วไง อืม…แล้วพอมาเรียนป.โท ไม่คิดว่าจะมีคนเรียก ตกใจเลยนะ หันไป ทำไมเค้าถึงเรียกอย่างเงี่ย แล้วเค้าก็บอกว่า ก็บู๋หัวเราะได้ทุกวัน จบ

ฉายา nickname

ก็คือ well, it’s..

เป็นลักษณะของคำ it’s a ลักษณะ of a word

ที่เหมือนเป็น thats the same as

ชื่ออีกชื่อหนึ่ง another name

ที่ใช้เรียกคน that’s used to call someone

อย่างเช่น For example…

สมมติว่า let’s assume that..

บู๋นะเป็นคนตลก I’m kinda funny

หัวเราะง่าย and I laugh easily

อย่างปกติ as usual

เดินเข้าคณะ I’m going into my faculty

เดินเข้าไป I walk into ..

ในห้องแลป the lab and

ปุ๊บ! ก็หัวเราะ bam (suddenly), I start laughing

โดยที่ไม่มีสาเหตุ without really having a reason…

ก็เป็นอย่างงี้ทุกวัน and so it goes like this every day

ทุกวัน every day

จน until

พี่ที่ห้องแลป a พี่ from my lab..

เค้าก็เลยบอกว่า He goes and says….

เออ!เนี่ยบู๋นะต้องกินกัญชาอะไรมาแน่เลย Jeez Boo, you must be smoking something..

ทำไมมันหัวเราะทุกวันเลย why are you always laughing?

แล้วพอมาวันนี้ and then this one day comes…

พอบู๋จะเดินออกจากห้องแลป and as soon as I’m walking out of the lab…

บู๋ก็บอกว่า I say…

“ไปแล้วนะค่ะพี่ๆ บ๊ายบาย ”  I’m heading out.  Cya.

อย่างเงี่ย like this

พี่คนหนึ่งก็พูดขึ้นมา and my พี่ yells out…

“จะกลับแล้วเหรอบู๋เชิญยิ้ม” Leaving already บู๋เชิญยิ้ม ? (<—ฉายา)

อย่างเงี่ย like that

คือเหมือนเป็นฉายาหนึ่ง  its like a nickname

ที่ตั้งแบบลักษณะของคน that is based on the characteristics (personality and/or physical)

ที่เด่นๆของคน that stand out

คนนี้ว่า and as for me (this person..)

เค้ามีลักษณะแบบไหน what am I like?

แล้วก็ให้ชื่อคนนั้นไป well, I was given that name

อันนี้คือคำว่าฉายา this is ฉายา

ของบู๋ก็มีฉายาว่าบู๋เชิญยิ้ม and my ฉายา is บู๋เชิญยิ้ม

ซึ่งตอนแรกมีมาตั้งแต่สมัยเรียนป.ตรีแล้ว which started up while I was in college..

มีเพื่อนเคยเรียก some friends used to call me that

แต่ไม่มีใครเรียกมานานแล้ว but nobody has used it in a while

เพราะจบไปแล้วไง ’cause I’ve already graduated…

อืม…  yea…

แล้วพอมาเรียนป.โท and then I started studying for my masters..

ไม่คิดว่าจะมีคนเรียก and I didn’t think anybody would call me that (anymore)

ตกใจเลยนะ its kinda surprising

หันไป looking back

ทำไมเค้าถึงเรียกอย่างเงี่ย why did they call me that?

แล้วเค้าก็บอกว่า Well, I’d say it’s because

ก็บู๋หัวเราะได้ทุกวัน I laugh every day.

จบ That’s it.

Posted in Reading, Video | Tagged: , , , | Leave a Comment »

Getting in the Wrong Car – Transcript w/Breakdown

Posted by gwindarr on October 20, 2009

ก็มีวันหนึ่งไปทำแล็ปใหม่ๆ ตอนนั้นยังแบบ เพิ่งรู้จักกับพวกพี่ๆเค้า  แล้วพี่เค้าก็ชวน ไม่พี่หรอก บู๋นี่แหละชวนไปกิน ไปหาอะไรกินกันไหม  พี่คนหนึ่งก็เลยบอกว่า  เอ่อ! ไปสิ ไปสิ แล้วเสร็จแล้ว ก็มันอยู่กันหลายคน ประมาณ 5 6 7 คนก็เลยรับอาสากันว่า บู๋กับพี่พัฒน์ 2 คนจะไปซื้ออะไรมากินกัน โดยที่ตอนแรกจะเอา กะจะเอามอเตอร์ไซต์ไป เสร็จแล้วปุ๊บ!ด้วยความที่คนสั่งเยอะ เยอะมาก ก็เลยเอ๊ะ!เปลี่ยนใจ เอารถยนต์ไปดีกว่า พี่พัฒน์ก็เลยบอก “รถพี่จอดหน้าคณะ เอารถยนต์พี่ไป” บู๋ไม่เคยขึนรถยนต์พี่พัฒน์มาก่อน บู๋ไม่รู้จักรถยนต์พี่พัฒน์ แต่ว่าตอนไปนะ มันจำไม่ยากไง เพราะว่ามันอยู่หน้าคณะอ่ะ ก็นั่งปุ๊บ เสร็จแล้วพอขึ้นก็เมาท์……………………………..คุยทุกเรื่องสรรพสิ่ง พี่พัฒน์ก็ถามนั้น บู๋ก็สัมภาษณ์นี่อะไรอย่างงี้ คุยกันไป ซื้อของเกือบจะหมดล่ะ เหลืออีกชิ้นหนึ่งคือร้าน นม บู๋อยากกิน บู๋ก็เลยบอก พี่พัฒน์ พี่พัฒน์จอดร้านมนต์หน่อย แต่ด้วยความเป็นถนนนิมมานท์นะ คือรถมันเยอะมันก้เลยต้องมีแบบ การขยับเขยือนรถ บู๋ก็เดินเข้าไปในร้านมนต์ เสร็จแล้วบู๋ก็เห็นแล้ว อ๊อ!รถพี่พัฒน์จอดตรงนี้ ก็มองไว้แค่นี้แหละ ก็เห็นว่าเป็นสีบอนด์บอนด์แบบ เค้าเรียกว่า(นึก) สีควันบุหรี่นะ อืม บู๋เข้าไปซื้อ แล้วก็ไม่ได้มองหันมาอีก หันมาอีกรอบหนึ่งก็ยังมีสีเดิม จอดที่เดิม บู๋ก็เลยเดินออกไป เสร็จแล้วเปิดประตูรถปุ๊บ! ก็ไม่ได้มองหน้าคน แต่เห็นว่า เออ!มีของวางอยู่ ก็ คิดในใจอยู่นะเมื่อกี้มันไม่มีของวางแต่ก็แบบ อืม พี่พัฒน์คงพึ่งเอามาวางมั้ง แล้วกำลังจะหยิบของเค้า ผู้ชายคนนั้นก็(ในรถ) เออ เปิดแล้ว และก็จะหยิบของเค้า เค้าคงตกใจ เค้าคงคิดว่าบู๋จะมาแบบ เป็นขโมย เป็นอะไรอย่างงี้ เค้าก็เลยตะโกนมาแบบตกใจมากง่ะ เฮ้ย!!!!! (ปรบมือ อันนี้แสดงอาการชอบใจของบู๋เอง) 555+++ แค่เฮ้ย!เท่านั้นแหละ บู๋หันไปผับ แล้วบู๋ก็ทำหน้าเฉยๆ “ขอโทษค่ะ”แล้วก็ปิดประตู แล้วก็เดินออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจแบบ โครตอายเลยง่ะ ไม่ ไม่เคยนะ ไม่เคยโดนอย่างเงี่ยอายมาก แล้วจากนั้นก็ไปบอกพี่พัฒน์ พี่พัฒน์ๆบู๋นั่งรถผิด แล้วพี่เค้าก็ถามว่าแล้วรถเค้าอะไร “Accord แต่ของพี่พัฒน์นะToyota ธรรมดา” กล้าเลือกที่จะนั่งด้วย โอเค

ก็มีวันหนึ่ง So there was this one day

ไปทำแล็ปใหม่ๆ where I went to work on this new lab (project)

ตอนนั้นยังแบบ back then ..it was like…

เพิ่งรู้จักกับพวกพี่ๆเค้า I just met everybody

แล้วพี่เค้าก็ชวน and one of them invited me..

ไม่พี่หรอก no wait..it wasn’t him/her

บู๋นี่แหละชวนไปกิน I was invited them to go eat..

ไปหาอะไรกินกันไหม to get something to eat together

พี่คนหนึ่งก็เลยบอกว่า and this one person said

เอ่อ! sure!

ไปสิ ไปสิ Let’s go!

แล้วเสร็จแล้ว so after we finished

ก็มันอยู่กันหลายคน there was a bunch of us

ประมาณ 5 6 7 คน maybe 5, 6 or 7 people

ก็เลยรับอาสากันว่า So um I volunteered to..

บู๋กับพี่พัฒน์ 2 คน Me and Pat

จะไปซื้ออะไรมากินกัน to go buy food for everybody

โดยที่ตอนแรกจะเอา at first we were gonna …

กะจะเอามอเตอร์ไซต์ไป go by motorbike

เสร็จแล้วปุ๊บ! and as soon as we finished (got all the food)

ด้วยความที่คนสั่งเยอะ because there was so much ..

เยอะมาก a lot

ก็เลยเอ๊ะ! jeez

เปลี่ยนใจ we changed our minds

เอารถยนต์ไปดีกว่า and decided to take a car instead

พี่พัฒน์ก็เลยบอก and Pat said…

“รถพี่จอดหน้าคณะ เอารถยนต์พี่ไป” “My car is parked out front.  Let’s take it.”

บู๋ไม่เคยขึนรถยนต์พี่พัฒน์มาก่อน I’ve never been in Pat’s car before.

บู๋ไม่รู้จักรถยนต์พี่พัฒน์ and I don’t know which car is his.

แต่ว่าตอนไปนะ but when I was going

มันจำไม่ยากไง it wasn’t hard to remember

เพราะว่ามันอยู่หน้าคณะอ่ะ because it was parked right in front of our faculty

ก็นั่งปุ๊บ

เสร็จแล้วพอขึ้นก็เมาท์…………

…………………..คุยทุกเรื่องสรรพสิ่ง

พี่พัฒน์ก็ถามนั้น Pat was asking me about stuff

บู๋ก็สัมภาษณ์นี่อะไรอย่างงี้ and I was asking him stuff like this

คุยกันไป just talking

ซื้อของเกือบจะหมดล่ะ so we were almost finished buying everything

เหลืออีกชิ้นหนึ่งคือร้าน นม we just had to get stuff from the milk store (nom shop? or whatever works for ya)

บู๋อยากกิน cause I wanted to get some stuff

บู๋ก็เลยบอก so I told

พี่พัฒน์ พี่พัฒน์จอดร้านมนต์หน่อย Pat to stop in front of the milk shop for a minute

แต่ด้วยความเป็นถนนนิมมานท์นะ but since it was on Niman (road name in CM)

คือรถมันเยอะมัน there was lots of traffic

ก้เลยต้องมีแบบ so it was like..

การขยับเขยือนรถ cars moving back and forth (picture Frogger)

บู๋ก็เดินเข้าไปในร้านมนต์ So I went in the Mon (name) shop.

เสร็จแล้วบู๋ก็เห็นแล้ว so I finished and I saw…

อ๊อ!รถพี่พัฒน์จอดตรงนี้ Pat’s car parked right there…

ก็มองไว้แค่นี้แหละ so I just took note of it..

ก็เห็นว่าเป็นสีบอนด์บอนด์แบบ So I saw that it was Bond color(?) (James Bond?)

เค้าเรียกว่า I call it…

(นึก) ::thinking::

สีควันบุหรี่นะ

อืม yea

บู๋เข้าไปซื้อ so I went in to buy the stuff

แล้วก็ไม่ได้มองหันมาอีก and I didn’t look back at all

หันมาอีกรอบหนึ่งก็ยังมีสีเดิม

จอดที่เดิม parked in the same spot

บู๋ก็เลยเดินออกไป so I came out (of the shop)

เสร็จแล้วเปิดประตูรถปุ๊บ! and I opened the door to the car and

ก็ไม่ได้มองหน้าคน I didn’t look at the driver

แต่เห็นว่า เออ! but I noticed that

มีของวางอยู่ there was stuff in the (back of the) car

ก็ คิดในใจอยู่นะเมื่อกี้ and I started thinking that a minute ago..

มันไม่มีของวาง there wasn’t anything there

แต่ก็แบบ อืม so um well

พี่พัฒน์คงพึ่งเอามาวางมั้ง Pat probably just put it here a second ago

แล้วกำลังจะหยิบของเค้า and so I was about to grab my stuff

ผู้ชายคนนั้นก็(ในรถ) and so the guy (in the car)

เออ เปิดแล้ว opened the door

และก็จะหยิบของเค้า to grab his stuff

เค้าคงตกใจ he was probably surprised

เค้าคงคิดว่าบู๋จะมาแบบ he must have thought that..

เป็นขโมย I was a thief

เป็นอะไรอย่างงี้ or something like this

เค้าก็เลยตะโกนมา he shouted

แบบตกใจมากง่ะ (so loud) that it was crazy

เฮ้ย!!!!! Hey!!!!

555+++ แค่เฮ้ย!  Hahaha, just ‘hey!’

เท่านั้นแหละ that was it

บู๋หันไปผับ so I just left

แล้วบู๋ก็ทำหน้าเฉยๆ and kept a straight face

“ขอโทษค่ะ” said “I’m sorry”

แล้วก็ปิดประตู and closed the door

แล้วก็เดินออกมา and walked out

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น like nothing happened

แต่ในใจแบบ but inside

โครตอายเลยง่ะ I was kinda freaking out/feeling really embarrased

ไม่ ไม่เคยนะ I have never.

ไม่เคยโดนอย่างเงี่ยอายมาก never felt that embarrased before

แล้วจากนั้นก็ so then/after that

ไปบอกพี่พัฒน์ I went and told Pat

พี่พัฒน์ๆบู๋นั่งรถผิด that I got in the wrong car

แล้วพี่เค้าก็ถามว่า and he asked

แล้วรถเค้าอะไร what (kind) of car it was

“Accord แต่ของพี่พัฒน์นะToyota ธรรมดา” an Accord, but Pat’s car is just a Toyota

Posted in Reading, Video | Tagged: , , | 2 Comments »