Learn Thai Blog Posts, Articles and Free Lessons

Embarrassing Day at the Market

Wet Market

Wet Market

Here’s another short real story from a native Thai speaker. In this one, a girl goes to the market with her mother and something embarrassing happens.

อาย – to be shy; to be embarrassed
ต่างจังหวัด – out of town (lit. to go to another province)
แวะ – to stop by somewhere for a short time
More Vocabulary and Notes

วันนั้นเรากับแม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัดโดยขับรถไปกัน พอไปถึงก็เช้าพอดีแม่ก็หิวข้าวแล้วปวดฉี่มาก เลยไปเข้าห้องน้ำและแวะไปตลาดเช้า พอไปถึงก็มียายคนนึงขายพวงมาลัยนั่งอยู่ แม่เราก็ซื้อพวงมาลัยแล้วฝากเค้าเอาไว้เพราะต้องกลับมาทางเดิม ยายแกก็ทำท่าอึกอักๆเหมือนจะพูดอะไรแต่ไม่พูด ด้วยความที่แม่หิวก็รีบไปหาซื้อกับข้าว ขนมเพื่อที่จะเอากลับบ้านมากินกัน เราก็คอยเดินตามหลังแม่ก็เห็นมีแต่คนมองแม่เรา เราก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่าเค้าคงไม่คุ้นหน้าแม่เลยมองปกติ พอขากลับแม่ก็กลับไปเอาพวงมาลัยก่อนขึ้นรถ ยายที่ขายพวกมาลัยก็บอกกับแม่เราว่า”หนูไม่ได้รูดซิปนะลูก” แม่เราก็อายมากเพราะเดินไปทั่วตลาดแล้วและแม่ค้าส่วนใหญ่จะนั่งขายของคือระดับสายตาจะอยู่ตรงเป้าเลย แม่เลยถามยายว่าทำไมไม่รีบบอก แต่ยายแกบอกว่า”ยายเห็นหนูรีบเลยกะว่าค่อยบอกทีหลัง” เรากับแม่ก็ขำกันใหญ่ ที่คนมองกันทั้งตลาดเพราะกางเกงในแม่เป็นลายสีแดง

  • คง
    คง
    probably
  • อาย
    อาย
    shy
  • พอไปถึง
    พอไปถึง
    after arriving
  • พวงมาลัย
    พวงมาลัย
    flower garland
  • ขำ
    ขำ
    to laugh
  • รีบ
    รีบ
    to hurry
  • บอก
    บอก
    to tell
  • ฝาก
    ฝาก
    to store; to deposit
  • All Done!

Birthday Facial

Here’s a funny high school story in Thai. I recommend trying to read through the parapgraph a couple of times before clicking through to the document with vocab and sentence pattern explanations.

ตอนนั้นกำลังเรียนอยู่มัธยม คือที่โรงเรียนช่วงเช้าๆ ชอบมีบูธมาแจกของขนาดทดลอง พวกขนม ของต่างๆ จำได้แม่นเลยวันนั้นไปซื้อเค้กให้เพื่อนเลยมาโรงเรียนสายเพราะคือถ้ามาสายกว่า 8 โมงจะต้องถูกทำโทษหน้าโรงเรียน วันนั้นก็มีบูธมาเหมือนเดิม พี่ๆเค้าก็รีบแจกของมาให้เยอะแยะเพราะด้วยความที่โรงเรียนจะเข้าแล้ว เราก็รีบเข้าโรงเรียนมากเพราะกลัวโดนทำโทษ นี่ก็รีบหยิบแล้วไปเข้าแถว พอถึงบอกพักเที่ยงเป็นวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มพอดี แล้วมีการเล่นเอาเค้กป้ายหน้ากัน ทุกคนก็หน้ามันกันหมด ลืมตากันไม่ได้เพราะครีมเค้กเปื้อนกันทุกคนแต่ไม่มีใครเอาโฟมล้างหน้ามาเลย เราก็นึกได้ว่า เออเมื่อเช้าได้โฟมล้างหน้ามาเยอะ ก็แจกเพื่อนๆ ไปล้างหน้ากัน ทุกคนก็ล้างหน้ากันเสร็จ เพื่อนๆบอกหอมคือเย็นสบายหน้ามาก จากนั้นทุกคนก็หันหลอดนั้นมาสรุปแล้วมันคือยาสีฟัน จังหวะที่ทุกคนรู้ว่ามันคือยาสีฟัน เพื่อนคนนึงวิ่งออกมาแล้วบอกว่า”มึงมันไม่ใช่โฟม มันคือยาสีฟัน!!” ตอนนี้ก็ขำกันหมดเพราะใช้ล้างหน้ากันไปทั้งกลุ่มแล้ว

How to Say YES in Thai

The YES word that you want doesn’t really exist in Thai. The first word you’ll come across is ใช่ (chai), but that’s usually not what you should be using. If you are being asked a question, you generally say YES, by repeating the key word back to the person asking, or you negate that word to say NO, you are not doing that verb.

As is often the case in language learning, asking questions like “How to say YES in Thai?” isn’t the right question. You often can’t just translate a word into another language and expect it to function the same way.

In Thai, you say the equivalent of YES or NO based on the question. Note that we don’t need to use any pronouns at all here. If ใช่ (chai) isn’t in the question, then it’s probably best to not use it in the answer.

Q: ไปไหม (ppai mai) – Are you going? [Go + QUESTION_PARTICLE]

Q: ชอบพิซซ่าไหม (chawp pissa mai) – Do you like pizza?

Now if someone wants to confirm that you like pizza, rather than just ask you, you may hear this:

Q: ชอบกินพิซซ่าใช่มั้ย – (chawp kin pissa chai mai) – (You) like eating pizza right?

The above pattern works in many situations, but when we are talking about states, you are going to hear a different question pattern. Here is one of the most common questions you’ll encounter in Thailand.

Q: กินข้าวรึยัง (kin khaao ru yang?) – have you eaten yet? (lit. eat rice or not yet)

Q: มีแฟนรึยัง (mee fan ru yang?) – Do you have a gf/bf/husband/wife yet?

But, of course, it’s not like there are only 2 question types. Here’s another example where you would never use ใช่ (chai).

Q: พรุ่งนี้อยากไปดูหนังกันมั้ย – (phrung nee yaak ppai duu nang gan mai?) – Do you want to go see a movie tomorrow?

 

Want to Learn to Read Thai?

A really important part of learning Thai is mastering the script and sounds.   It’s very difficult to learn the correct pronunciation using any type of English transliteration.

Try a couple free lessons from my Thai foundation course which teaches everything you need to know about the script, sound system and tone rules of Thai.

Cashless Society

It’s getting a lot easier to go cash-free in Bangkok these days. In this short reader, we get a quick summary of what it’s like paying via an app.

I strongly recommend trying to read through the text below a couple of times before accessing the breakdown in the Google doc. It doesn’t matter if you only know 5 words in the text and have no clue what’s happening. Part of the learning process is looking at real text and figuring out as much (or as little) as you can. You will gradually acquire words as you encounter them more and more. If the text is too small hold down ctrl/cmd and tap the + key until you can read it.

Cashless Society Breakdown

ทุกวันนี้เราใช้เงินสดน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก
นอกจากจะจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตแล้ว ก็ยังจ่ายผ่านแอพในมือถือได้ง่ายๆ
ร้านขายของตามตลาดนัดหลายร้านก็มี QR Code แปะไว้ ตกลงราคากันเรียบร้อยก็แค่สแกนแล้วกดจ่ายเงิน พอได้ข้อความยืนยันมาแล้วก็โชว์หน้าจอมือถือให้คนขายดูได้เลย
ทุกเช้าเวลาซื้อกาแฟไม่ต้องหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องพกเงินสดไว้มากด้วย
มีหลายร้านที่มีโปรโมชันให้ส่วนลดหรือได้เงินบางส่วนคืนมาถ้าจ่ายผ่านแอพ ทำให้รู้สึกว่ายิ่งใช้ก็ยิ่งคุ้ม
ในอนาคตอาจจะไม่มีใครใช้เงินสดอีกเลยเพราะแบบนี้สะดวกกว่า

The Future of Shopping

Here’s some more Thai reading practice by a native speaker. IF you are still a newbie at reading, I recommend reading through at least twice and ignoring anything you don’t know and see how much you can figure out. After a couple of passes, go check out the google doc for the vocab and breakdown.

In this short Thai text, the writer tells us a quick story about how she wandered into a clothing store in Bangkok only to find that she can’t actually buy anything.

เมื่อวันก่อนเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าแล้วรู้สึกอยากได้กางเกงยีนส์ตัวใหม่
เดินเข้าไปในร้านได้ไม่นานก็เจอกางเกงตัวที่สวยถูกใจ พอได้ลองแล้วก็ชอบมาก เลยบอกพนักงานว่าจะเอาตัวนี้
พนักงานบอกว่าที่ร้านไม่มีของสำหรับขายเลย มีแต่ของสำหรับให้ลูกค้าลองเท่านั้น ถ้าจะซื้อต้องซื้อผ่านแอพในมือถือ
(อ้าว! อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ?)
โหลดแอพมาแล้วกดสั่งซื้อเสร็จก็เลือกได้ว่าจะให้ส่งไปที่บ้านหรือมารับของที่ร้าน
วันถัดมาได้รับอีเมลแจ้งว่าของมาถึงที่ร้านแล้ว ตอนไปถึงพนักงานบอกว่าจะลองใส่อีกครั้งก็ได้ ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนใจไม่เอาแล้วก็ได้
พอจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยพนักงานก็ให้โค้ดมาสำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อครั้งต่อไป
เดี๋ยวนี้เราช้อปปิ้งได้ง่ายและสนุกขึ้นมากจริงๆ

Funny Story: Hungry

First, try to read through the paragraph a couple of times.  Don’t worry about words you don’t know.  Just focus on figuring out what’s happening based on what you do know.  Guess the rest.  After you’ve gone through it, go into the google doc, check the meanings of the words you didn’t know and then read it 2 more times.

Google Doc Breakdown

เวลาขึ้นรถตู้ถ้าจะลงระหว่างทางต้องบอกคนขับตอนใกล้ถึงจุดที่จะลง คนขับจะได้ชะลอรถและจอดให้

มีอยู่ครั้งนึงนั่งรถตู้แล้วรู้สึกหิวมากก็เลยคิดไปเรื่อยๆว่าเดี๋ยวจะกินอะไรดี

นึกถึงอาหารหลายอย่าง ทั้งข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง แล้วก็ส้มตำแซ่บๆกับข้าวเหนียวไก่ย่าง

ในที่สุดก็คิดว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำ

ตอนนั้นมองออกไปทางหน้าต่างแล้วก็ตกใจมากเพราะใกล้จะเลยจุดที่จะต้องลงแล้วแต่ยังไม่ได้บอกคนขับให้จอด

เลยตะโกนออกไปเสียงดังว่า “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำด้วยค่ะ” แทนที่จะบอกว่า “เซนทรัลลาดพร้าวด้วยค่ะ”

คนหัวเราะกันทั้งรถเลย

Do Farang even Shower?

Here’s another quick Thai reader.  It’s a Thai person’s quick thoughts on showering habits of Thai vs Farang.  Try to read it here first a couple of times without any help.  Skip words you don’t understand and just see if you can work out what’s happening.  After a couple of passes, go to the doc and try again in the gdoc reader: Do Farang even Shower? 

 

มีหลายเรื่องที่ฝรั่งทำแล้วคนไทยรู้สึกแปลกใจ

คนไทยชอบอาบน้ำ ส่วนใหญ่จะอาบน้ำวันละสองครั้งคือตอนเช้าและตอนเย็น ถ้าอากาศร้อนมากๆอาจจะอาบอีกครั้งตอนบ่ายๆด้วย

ถ้าได้ยินว่าฝรั่งอาบน้ำแค่วันละครั้ง หรือหลายๆวันครั้ง จะตกใจมากเพราะไม่เข้าใจว่าทนไม่อาบน้ำนานๆได้ยังไง ทำไมไม่รู้สึกว่าตัวเหม็นและสกปรก

หรือถ้าฝรั่งไปเที่ยวบ้านคนไทยแล้วใส่รองเท้าเดินในบ้าน ก็อาจจะโดนดุเอาได้

ใส่รองเท้าออกไปเดินข้างนอกแล้วเข้ามาเดินในบ้านพื้นจะเลอะ ควรถอดไว้นอกบ้าน

เรื่องที่คนไทยไม่ชินอีกอย่างนึงคือการใช้เท้าชี้หรือเขี่ยสิ่งของ เพราะคิดว่าเท้าเป็นของต่ำจึงไม่สุภาพที่จะใช้แทนมือ

 

Sentence Patterns:

  • มีหลาย _____ – There are a number of/a bunch of  _____
    • มีหนังหลายเรื่องที่อยากดูกำลังจะเข้าโรง – There are a bunch of movies I want to see about to come out.  
  • ทำ (SOMEONE) ให้ รู้สึก SOMETHING
    • แฟนทำให้เราน้อยใจนิดนึงที่ไม่ได้พาไปญี่ปุ่นด้วย – my gf/bf made me feel a bit bummed because he/she didn’t bring me along to Japan.
  • วันละครั้ง – once per day
    • ออกกำลังกายอาทิตย์ละกี่ครั้ง – how many times a week do you exercise?

Internship

In this video, Night tells about her internship.

Internship

B: เออ ! โอเค ไนท์ ขอเล่าให้ฟังหน่อย เอ่อ.. ตอนนี้เราฝึกงานอะไร
N: ฝึกงานที่เครือข่าย เฮด ไอ วี อีท อะค่ะ เป็นกองทุนโลกอ่ะค่ะ เป็นของ เค้าเรียกไอเน็ต เค้าจะเรียก
B: ไอเน็ต คืออะไร ?
N: ไอเน็ต ก็คือ เดี๋ยวนะ ชื่อมันยาวอ่าจำไม่ได้
B: อ่าวหรือ International อะไร อะไร พอ (หัวเราะ)
N: อืม อะไรประมาณนั้นแหละค่ะ และก็ มันจะแบบเหมือนกับเป็นเครือข่ายมี 3 ศาสนา ก็มี พุทธ คริสต์ อิสลาม ไรอย่างเงี๊ย ใน ใน ในที่ ที่ทำนะคะ เค้าจะมีแกนนำเป็นประสานงานกับทั่วประเทศอ่ะค่ะ แต่แบบเนี่ย ตั้งที่เชียงใหม่ที่เดียวนะ แบบที่ศูนย์มันจริงๆ เซสเตอร์จริงๆ อ่ะ ก็นอกนั้นก็เป็นแบบ ถ้าตามต่างจังหวัดก็เป็นแบบวัด เป็นอะไรอย่างเงี๊ย
B: แล้วได้ทุนจากที่ไหนเนี่ย
N: กองทุนโลกอ่ะค่ะ
B: โอเค
N: อืม ก็เพราะว่าเป็นเกี่ยวกับเอดส์ด้วยรึเปล่าไรเงี๊ย แล้วมันเป็นที่แรกที่แบบว่าเป็นศาสนามารวมกัน เพราะว่าที่จริง มุสลิม อิสลาม เค้าจะไม่มารวมกับนี้นะ เค้าจะแบ่งนะ เค้าจะถือนะ แต่แบบ คืออยู่ด้วยกันได้อะไรอย่างเงี๊ย อืมนั่นแหละ ก็มีไปเวิร์กช็อป ก็มีไปคุยกับคนเป็นเอดส์บ้าง แล้วก็แบบ เหมือนกับถามว่าเป็นยังไงบ้าง ก็คือให้เค้าแบบมีคุณค่าอะไรอย่างเงี๊ย เพราะว่าพวกที่เค้าเป็นมีเชื้อนะคะ เค้าจะแบบว่า มีแบบ เค้าเรียกว่า อืม ! ยังไงอ่า แบบรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า มีปมด้อย อยากฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็ประชดโดยการที่แบบไปแพร่เชื้ออะไรอย่างเงี๊ยไง เราก็ต้องทำให้เค้าแบบมีคุณค่า แบบ เชลเอสตีม (Self Esteem) อะไรอย่างเงี๊ยอ่าค่ะ แค่นี้แหละค่ะ บ๊าย บาย
B: โอเค แต๊งกิ้ว

The Monkey and the Turtle

Here’s an old dead post I managed to dig up that is useful for Thai reading practice. Don’t try to understand every word. Theres stuff you know and stuff ya don’t. Also, no need to read it in one sitting.

Story taken from http://www.spokenthai.com/talking-books

Translation done by กูเอง

เรื่อง ลิงกับเต่า

ณ ป่าแห่งหนึ่งมีเต่ากับลิงเป็นเพื่อนกัน เต่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ ส่วนลิงนั้นเป็นสัตว์ที่มีนิสัยขี้โกหก เมื่อเกิดอะไรขึ้น ก็จะช่วยกันเสมอ วันหนึ่งเต่ากำลังเดินเล่นอยู่ก็ไปเจอตะกร้าผลไม้ เต่าจึงนำไปถามหาเจ้าของ หลายชั่วโมงผ่านไปค่างก็มารับตะกร้าผลไม้คืน ค่างก็ชมเต่าว่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ ลิงเห็นดังนั้นจึงนึกอิจฉาในความดีของเต่า จึงไปขโมยตะกร้าของค่างมาแล้วประกาศหาเจ้าของ ค่างเห็นดังนั้นจึงรู้ว่าลิงขโมยไป จึงพูดว่าลิงขี้ขโมย ลิงก็พูดว่าไม่ได้ขโมยไปแต่เจออยู่ นับจากนั้นมาก็ไม่มีสัตว์ตัวไหนไปเล่นกับลิงอีกเลย ลิงจึงรู้สึกผิดจึงไปพูดกับค่างว่าตนเป็นสัตว์ที่ขโมยไปโปรดอย่าถือสาเลยค่างก็ได้ให้อภัย นับจากนั้นมาก็มีสัตว์ตัวอื่นมาเล่นกับลิง นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การโกหกจะทำให้เกิดทุกข์

ณ ป่า แห่งหนึ่ง – the ณ is a written preposition kinda like ‘at’ and you might translate this like “Once upon a time” even though literally it’d be like ‘at a forest’

เต่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ – นิสัย remember this? habit, manners,etc …here the turtle is an honest; loyal; all around good guy (animal)

เมื่่อเกิดอะไรขึ้น any time anything happens…

ก็จะช่วยกันเสมอ they always help each other out

วันหนึ่งเต่ากำลังเดินเล่นอยู่ one day, the turtle was out for a stroll

ก็ไปเจอตะกร้าผลไม้ he came upon a basket of fruit

เต่าจึงนำไปถามหาเจ้าของ so the turtle went around trying to find the owner (of the basket)
หลายชั่วโมงผ่านไปค่างก็มารับตะกร้าผลไม้คืน for many hours until a langur (type of monkey) came to take back the basket

ค่างก็ชมเต่าว่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ the langurm praised the turtle for being such an honorable fellow
ลิงเห็นดังนั้นจึงนึกอิจฉาในความดีของเต่า the monkey saw this and felt jealous of the turtles good fortune (the praise from the langur)

จึงไปขโมยตะกร้าของค่างมาแล้วประกาศหาเจ้าของ so he (the monkey) went and stole the basket (of fruit) from the langur and then announced that he is looking for the owner

ค่างเห็นดังนั้นจึงรู้ว่าลิงขโมยไป however, the langur knew that the monkey stole the basket
จึงพูดว่าลิงขี้ขโมย ลิงก็พูดว่าไม่ได้ขโมยไปแต่เจออยู่ and said ‘you are a rotten thief’ and the monkey said ‘I’m not a thief, I just happened upon this here basket.”

นับจากนั้นมาก็ไม่มีสัตว์ตัวไหนไปเล่นกับลิงอีกเลย following this, nobody would hang out with the monkey anymore

ลิงจึงรู้สึกผิดจึงไปพูดกับค่างว่า The monkey felt pretty terrible about the whole mess and said the to the langur..
ตนเป็นสัตว์ที่ขโมยไปโปรดอย่าถือสาเลยค่างก็ได้ให้อภัย “I am a thief and I have wronged you, please can you forgive me?”

นับจากนั้นมาก็มีสัตว์ตัวอื่นมาเล่นกับลิง after that, all the animals came back to play with the monkey yay (warm feeling)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การโกหกจะทำให้เกิดทุกข์ this นิทาน (fable, tale) teaches us that stealing causes suffering

Moral of the story – If yer gonna steal fruit, you might as well eat it

ซื่อสัตย์ = be honest ; be faithful
โกหก = lie ; fib ; forge ; tell a lie
เจ้าของ = owner ; proprietor ; proprietress
อิจฉา = envy ; be envious ; be jealous
ขี้ขโมย = thieving bastard
ถือสา = mind ; care about ; take something to heart ; take offence
ให้อภัย = forgive ; excuse ; condone ; pardon
ทำให้เกิด = cause ; produce an effect
ทุกข์ = suffering

5 Ways to Learn Thai without Feeling Overwhelmed

Learning a new language like Thai can be lots of fun.  Who doesn’t want to travel to a new country and be able to speak to the locals? Learning about a new culture and sharing new experiences are a big part of the enjoyment you can get out of it.

It’s not all fun and games, however.  There are definitely times where you can feel stressed or hopeless.  The way to combat this is by having a plan, some great resources and perhaps most importantly, some sort of motivation that keeps you going.  That might be a friend or partner, or maybe you’ve grown fond of Thai dramas.  It doesn’t matter too much what keeps you going as long you have something to hold on to during those stressful moments where you are feeling overwhelmed.

There are a few small hills to climb over when you’re learning a new language like Thai.  While the grammar and sentence structure isn’t as complex as some languages,  it is a tonal language, and the Thai script may be a bit intimidating when you first encounter it.  Don’t let these discourage you from moving forward.  If 67 Thai babies can learn to speak, read and write the language, so can you!

Not sure where to begin?  I recommend learning the script and sounds first.  It shouldn’t take more than 10 hours or so to get a good grasp of how the sounds are different from your own language and this will make everything you do after in Thai language much easier.  There are many Thai learning courses these days, but you should consider trying mine.  I’ve helped many thousands of people learn to speak Thai with my methodology.

Learning Thai or any language requires a pretty significant time investment.  It’s a good idea to have a plan in place.  Here are some tips on how to keep from getting overwhelmed.

    • Have a Routine 

You’ll make progress much faster if you incorporate your Thai language learning into your daily routine.  Maybe, you listen to a recording while you are getting dressed and/or brushing your teeth every morning.  Just block off as much time as you can that won’t interfere with the rest of your life.  You can make progress with as little 15 minutes a day if you stick to it long enough, but if you want to get conversational in a few months, you’ll need to put in more time and effort than that.

    • Study Each Session with a Purpose

What are you working on today?  Are you still practicing the Thai script?  Do you want to practice reading Thai signs?  Don’t skip around.  Really try to focus that 15 minutes (or more!) Keep a journal of your progress and check it every month.  How many hours did you study?  Make sure to look over material you’ve studied again later.  Repetition is a very important part of learning.  Looking at a word or sentence only once won’t work most of the time.  You need to connect with that new word or phrase multiple times in many contexts for you to really learn it.

    • Take Breaks

You are going to get stressed out sometimes.  This is perfectly normal.  If you start studying something and you feel like it’s too difficult and you feel yourself panicking, just take a break.  You can always try again later or tomorrow.  If you don’t want to give up entirely for the day, then just move on to some other form of exposure to Thai that’s less intensive.  Maybe try watching a tv show or some videos about Thai language on youtube.

    • Master the Thai Script and Sounds

The most important part of learning to speak Thai is communication.  If your goal is to be able to speak Thai fluently then it’s necessary to spend a bit of time getting familiar with the Thai sounds.   While there are some sounds that may sound familiar to you, many of these sounds are not exactly the same.  In order for you to communicate in the language effectively, you need to learn how to pronounce these new sounds.

    • Practice Speaking Thai with Locals

Learning a language isn’t just about studying.  Ultimately, how much time you spend actually trying to interact with Thai people is going to play a huge part in how fluent you get in Thai.  If you are already in Thailand, just go outside everyday and try to talk to people.  When you mess up, make a note about it and learn how to fix it.  If you hear a word or phrase many times and aren’t sure what it means, go find out!  If you aren’t in Thailand, you can always try language exchange or tutor sites like iTalki to get you some opportunities to practice speaking Thai.

Conclusion

With all this talk about how hard it can be to learn a language (it’s not really that hard, but it takes a while!), it’s easy to forget how fun it can be.  If you stick with it long enough, you can get conversational in a reasonably short period of time and maybe even get really fluent some day.  Just work hard a little bit every day and don’t give up.  It’s a long journey, but the benefits far outweigh the effort.