Knee Pain

เจ็บเข่า

In this Thai reading exercise, the writer tells us about how they injured their knee at the gym the other day.

เมื่อวานไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส ช่วงนี้เพิ่งมาลองเล่นเวทดูบ้างแล้วรู้สึกว่าแข็งแรงขึ้น เริ่มคิดว่าถ้าตั้งใจเล่นน่าจะมีซิกแพคได้เหมือนกัน สควอทไปเสร็จสามเซ็ต เทรนเนอร์มาบอกให้ลองสควอทแล้วกระโดดด้วย รู้สึกว่ายากกว่าเดิมนิดหน่อยแล้วก็เหนื่อยมากแต่ก็ทำจนครบสามเซ็ต ยังไม่ทันหายเหนื่อยเทรนเนอร์สั่งให้ทำแพลงกิ้งต่ออีกสามเซ็ต เซ็ตละหนึ่งนาที พอครบก็ลงไปนอนกับพื้นแทบลุกไม่ขึ้นเลย ตอนลุกขึ้นมาน่าจะรีบไปหน่อยอยู่ดีๆก็เจ็บแปล๊บที่หัวเข่า ตอนนั้นรู้ตัวว่าเล่นไม่ไหวแล้วต้องพักก่อน เวลาบาดเจ็บที่เข่าปกติต้องพักนานกว่าจะหาย เดือนนี้ทั้งเดือนอาจจะต้องเล่นอะไรเบาๆหรือว่ายน้ำไปก่อน เซ็งเลยเพราะตั้งใจจะฟิตหุ่นไปใส่บิกินีที่ทะเลเดือนหน้า

Line by Line Breakdown:

เมื่อวานไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส  

  • Yesterday, I went and exercised at the gym/fitness center.

ช่วงนี้เพิ่งมาลองเล่นเวทดูบ้าง

  • I just recently started trying out lifting weights

แล้วรู้สึกว่าแข็งแรงขึ้น 

  • And I feel like I’m getting stronger.

เริ่มคิดว่าถ้าตั้งใจเล่นน่าจะมีซิกแพคได้เหมือนกัน 

  • I’m beginning to think that if I really set my mind to exercising, I’ll probably be able to get a 6 pack.
  • ตั้งใจ – to intend; to intentionally (do something)

สควอทไปเสร็จสามเซ็ต 

  • I did 3 sets of squats

เทรนเนอร์มาบอกให้ลองสควอทแล้วกระโดดด้วย 

  • The trainer came over and told me to try a squat jump.

รู้สึกว่ายากกว่าเดิมนิดหน่อยแล้วก็เหนื่อยมากแต่ก็ทำจนครบสามเซ็ต 

  • I felt like it was a bit harder than before (reg squat) and I was really tired, butI still finished 3 sets.
  • Do A จน B = do something until B

ยังไม่ทันหายเหนื่อยเทรนเนอร์สั่งให้ทำแพลงกิ้งต่ออีกสามเซ็ต เซ็ตละหนึ่งนาที 

  • Before I could even recover, the trainer got me planking 3 more sets of 1 set per minute.

พอครบก็ลงไปนอนกับพื้นแทบลุกไม่ขึ้นเลย 

  • As soon as I finished all (the sets), I laid down on  the floor and almost couldn’t get up.

ตอนลุกขึ้นมาน่าจะรีบไปหน่อยอยู่ดีๆก็เจ็บแปล๊บที่หัวเข่า 

  • When I got up, I was probably hurrying a bit too much and I hurt my knee.
  • เจ็บ = pain
    • แปล๊บ – a sharp blast of pain 

ตอนนั้นรู้ตัวว่าเล่นไม่ไหวแล้วต้องพักก่อน 

  • I knew then that I couldn’t handle anymore so I took a break

เวลาบาดเจ็บที่เข่าปกติต้องพักนานกว่าจะหาย 

  • Usually, when you hurt your knee, you need to rest for for a while until it’s healed.

เดือนนี้ทั้งเดือนอาจจะต้องเล่นอะไรเบาๆหรือว่ายน้ำไปก่อน 

  • For all this month, (i’ll) probably need to take it easy(workout lightly) or swim in the meantime.

เซ็งเลยเพราะตั้งใจจะฟิตหุ่นไปใส่บิกินีที่ทะเลเดือนหน้า

  • It sucks because I’m really set on getting in bikini shape for the beach next month.

 

Paintball

In this short text, the writer tells briefly about her experiences playing paintball in Hua Hin.  Some of the meaning of the sentences have been translated below.  You can use the linked google doc to see a more thorough breakdown of the vocabulary that appears in this text.

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ไปเล่นเพนท์บอลที่หัวหินกับเพื่อนๆ เราแบ่งคนออกเป็นสองทีม แต่ละทีมต้องพยายามบุกไปชิงธงของฝั่งตรงข้าม และต้องระวังตัวไม่ให้ถูกยิงด้วยเพราะถ้าถูกยิงจะถือว่าตายแล้วต้องออกจากสนามเลย ที่สนามมีชุดหมี เสื้อเกราะ หน้ากาก ถุงมือ และปืนให้ยืม

วันนั้นสนามแฉะและลื่นมากเพราะฝนเพิ่งตก ตอนเริ่มเกมเราไปแอบอยู่หลังบังเกอร์แล้วได้ยินเสียงคนยิงมาโดนถังที่ตั้งอยู่ข้างๆหลายนัด กลัวเหมือนกันแต่ก็คิดว่าต้องสู้บ้างจะมัวแต่แอบไม่ได้ พอได้จังหวะก็เลยวิ่งไปหลบข้างหลังถังใบใหญ่อีกใบนึง ตรงนี้ตำแหน่งดีมาก เห็นคนนึงโผล่หัวมาจากที่ซ่อนแล้วเขาไม่ทันระวังตัวก็เลยยิงโดนสบายๆ ตอนกำลังคิดว่าจะวิ่งไปหลบตรงไหนต่อดีก็มีเสียง “ตุบ!” แล้วก็เจ็บที่เอว เลยรู้ตัวว่าโดนยิงแล้วต้องยกมือเดินออกจากสนาม วันต่อมาก็เห็นว่าตรงเอวเป็นรอยช้ำสีเขียว กว่าจะหายเจ็บคงอีกหลายวัน

  • เล่นเพนท์บอล – to play paintball
  • แบ่งออกเป็นสองทีม – to break up into 2 teams
  • แต่ละทีม – each team
  • ต้องพยายามบุกไปชิงธงของฝั่งตรงข้าม – must try to capture the opposite (team’s) flag
  • ถ้าถูกยิงจะถือว่าตายแล้วต้องออกจากสนามเลย – if you get shot, you are considered dead and must leave the field
  • ที่สนามมีชุดหมี เสื้อเกราะ หน้ากาก ถุงมือ และปืนให้ยืม – at the field, there was bear suits, armor, masks, gloves and guns you could borrow
  • วันนั้นสนามแฉะและลื่นมากเพราะฝนเพิ่งตก – that day, the field was wet and slippery because it had just rained
  • ตอนเริ่มเกมเราไปแอบอยู่หลังบังเกอร์แล้วได้ยินเสียงคนยิงมาโดนถังที่ตั้งอยู่ข้างๆหลายนัด – when the game started, I hid behind the bunker and heard many shots hit a barrel beside me
  • พอได้จังหวะก็เลยวิ่งไปหลบข้างหลังถังใบใหญ่อีกใบนึง – as soon as I saw the right moment, I ran and hid behind a large barrel
  • ตรงนี้ตำแหน่งดีมาก here is a good position
  • เห็นคนนึงโผล่หัวมาจากที่ซ่อนแล้วเขาไม่ทันระวังตัวก็เลยยิงโดนสบายๆ ​- I saw someone poke their head up from whether they were hiding and they didn’t get back down in time and were easily taken out
  • ตอนกำลังคิดว่าจะวิ่งไปหลบตรงไหนต่อดีก็มีเสียง “ตุบ!”- as I was thinking where to go hide next I heard a “blam”
  • แล้วก็เจ็บที่เอว  – and felt pain at my waist.
  • เลยรู้ตัวว่าโดนยิงแล้วต้องยกมือเดินออกจากสนาม – I knew I had been shot so I raised my hands up and left the field
  • วันต่อมาก็เห็นว่าตรงเอวเป็นรอยช้ำสีเขียว – the next day I saw a green bruise on my waist
  • กว่าจะหายเจ็บคงอีกหลายวัน – It’ll probably be a few days before it goes away

 

Vocabulary and sentences notes.

 

Can’t read Thai yet?

My foundation course, Read Thai in 2 Weeks, is just the first of 4 courses in the program designed to help you learn to speak Thai as fast as possible. Learning the script and sounds first is the most important step for learning Thai and requires just a short time investment of part-time study of for a very big payoff.

Ready for the full 4-course program?

Click Here to Learn More

5 ศัพท์สแลงไทย ที่คุณต้องรู้

ปัจจุบันมีคำศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นบนโลก Social media มากมาย นี่ก็เป็นสาเหตุที่เราจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงรอบตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ก็มาจากยุคสมัย ที่มีการนำสื่อออนไลน์อย่าง Social media เข้ามาเกี่ยวข้อง การพูดคุยสื่อสารกันจนเป็นเรื่องง่ายดายและหลายครั้งที่มีการใช้คำศัพท์ คำย่อ ในการพูดคุยเพื่อสร้างความบันเทิงให้กัน

เพราะเราเห็นถึงความสำคัญในการเรียนรู้ ศัพท์สแลงไทย หรือ ศัพท์ที่วัยรุ่นไทยมักใช้ในการพูดคุยสื่อสารกันบนโลก Social media ในบทความนี้เราจึงพร้อมยกตัวอย่าง “ 5 ศัพท์สแลงไทย ปี 2562 ” มาให้คุณเข้าใจความหมายและสามารถใช้ตามกันได้

ตามมาดูความหมาย  “ 5 ศัพท์สแลงไทย ” กัน

เผือก = การยุ่งเรื่องชาวบ้าน

นี่ก็เป็นคำศัพท์สแลงที่วัยรุ่นไทยนิยมใช้แทนคำหยาบ ที่มาจากคำว่า เสือก แปลได้ว่า การยุ่งเรื่องชาวบ้านเช่นกัน ชาวเน็ตวัยรุ่นจึงเลือกใช้คำที่มีการออกเสียงใกล้เคียงกันเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจในความหมายที่เข้าหมายถึง เช่น นาย A เป็นคนที่ชอบอยากรู้เรื่องคนอื่นไปทั่ว นาย A ก็เป็นคนที่ชอบ “เผือก” นั่นเอง

ฟรุ้งฟริ้ง, มุ้งมิ้ง, ตะมุตะมิ = น่ารัก, ทำตัวน่ารัก

คำศัพท์เหล่านี้หลายคนก็ยังมีความสับสน ซึ่งการใช้คำสแลงนี้ก็จะมีความแตกต่างกันไปแต่ละสถานการณ์ คำว่า ฟรุ้งฟริ้ง ผู้หญิงมักจะใช้กับสิ่งของ ที่ดูหวานแหวว น่ารักแบบที่สาวหวานชอบ เช่น “พวงกุญขนกระต่ายดูฟรุ้งฟริ้ง น่ารักมากเลย” ส่วนคำว่า มุ้งมิ้ง และ ตะมุตะมิ จะมีความหมายใกล้เคียงกันมากที่สุด เช่น “ดูคู่รักคู่นั้นซิ พวกเขาดูน่ารักมุ้งมิ้งมากเลย” หรือ “สองตายายคู่นี้น่ารักตะมุตะมิสุดๆ”

*สมัยนี้นิยมใช้คำว่า ฟรุ้งฟริ้ง กับกล้องถ่ายรูป เช่นกล้องฟรุ้งฟริ้ง ความหมายประมาณว่า ถ้าใช้กล้องฟรุ้งฟริ้งถ่าย รูปที่ออกมาจะสวยเนียนขาว หรือว่าหน้าจะดูสดใสหรือตัวดูผอมกว่าจริง มักจะใข้กับ selfie camera

เป๊ะเว่อร์ = สมบูรณ์แบบมาก

เชื่อว่านี่เป็นคำศัพท์ที่คุณสามารถเดาความหมายได้จากคำว่า เป๊ะ ที่แปลได้ว่า “ถูกต้อง (Exactly)” ส่วนคำว่า เว่อร์ เป็นคำขยายที่แปลว่า “มากเกิน (Over)” ซึ่งนี่อาจหมายความเชิงลบ เช่น การทำอะไรมากเกินก็ได้ แต่เมื่อเรานำมารวมเข้ากับความหมายเชิงบวกอย่างคำว่า เป๊ะเวอร์ ก็จะหมายถึง “สมบูรณ์แบบที่สุด! หรือ เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ (Nailed i!)” ยกตัวอย่าง คุณนกแต่งตัวมางานอีเว้นท์คืนนี้ได้เป๊ะเว่อร์ หมายความว่า คุณนกแต่งตัวคืนนี้ได้สวยสุดๆ นั่นเอง

งานดี = หน้าตาดี

หากคุณเคยไปสังสรรค์หรือไปงานปาร์ตี้กับเพื่อนสาว บางครั้งคุณอาจจะได้ยินคำนี้หลุดมาจากปากเพื่อนสาวอยู่บ่อยครั้ง เมื่อผู้หญิงเจอคนที่หน้าตาดี ก็มักจะอุทานออกมากับเพื่อนสาวด้วยกันว่า งานดี ยกตัวอย่าง แจนเห็นผู้ชายที่เธอชอบ เธอเลยถามเพื่อนเธอว่า ผู้ชายคนนั้นงานดีหรือเปล่า? หรืออีกตัวอย่าง แฟนของแจนงานดีมากอ่ะ ก็หมายถึง แฟนของแจนหน้าตาดีหรือหล่อนั่นเอง

มองแรง = การมองแบบสายตาโกรธเกรี้ยว

คำสแลง มองแรง คำนี้เป็นคำที่ออกแนวเชิงลบ “เมื่อคุณทำให้ใครโกรธคุณขึ้นมา จนเข้าหันกลับมามองคุณด้วยสายตายโกธเกรี้ยวหรือไม่พอใจ” นั่นก็คือ การมองแรง เป็นอีกคำศัพท์วัยรุ่นที่ใช้แทนอารมณ์นี้การส่งข้อความผ่าน Social Media เพื่อให้เพื่อนของคุณสามารถเห็นภาพอารมณ์ของคุณได้ นอกจากนี้แล้ว การมองแรง ยังสามารถแปลเป็นการอิจฉาได้อีก เช่น แจ๋วซื้อกระเป๋ามาใหม่และโพสลงใน Facebook แล้วมีเพื่อนมาคอมเม้นต์ว่า มองแรง ซึ่งนี่ก็จะแปลได้ว่า “อิจฉา เป็นการหยอกเล่น” นั่นเอง

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการใช้ 5 ศัพท์สแลงไทย ที่คุณควรเรียนรู้ เพื่อใช้ในการสนทนาพูดคุยได้อย่างสนุกสนานมากขึ้นกับคนท้องถิ่น ที่ซึ่งการเรียนรู้คำศัพท์เหล่านี้ก็จะทำให้คุณสามารถเข้าหาและตีสนิทผู้คนได้เป็นอย่างมาก

 

Winter is Coming

A large Christmas tree

 

Download: Winter is Coming

Read/Download/Edit as a Google Doc

 

หน้าหนาวของทุกปีก็จะลุ้นให้อากาศเย็นขึ้นจะได้เอาเสื้อกันหนาวออกมาใส่ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนมีข่าวว่าอากาศที่กรุงเทพจะเย็นขึ้นแต่จนถึงวันนี้ก็ยังร้อนอยู่เหมือนเดิม ผิดหวังนิดหน่อยแต่ก็ชินแล้วเพราะเป็นอย่างนี้เกือบทุกปี

บรรยากาศตามห้างก็จะสนุกกว่าปกติ ชอบตรงที่มีต้นคริสต์มาสและโซนให้ถ่ายรูปเยอะมาก ตอนกลางคืนก็ไปดื่มเบียร์กับเพื่อนๆที่ลานเบียร์ได้ ถ้าวงดนตรีที่ลานเบียร์เล่นเพลงถูกใจก็จะยิ่งสนุก บางที่คนอาจจะเยอะมากควรไปเร็วหน่อยหรือจองโต๊ะไว้ล่วงหน้า

 

  • หน้าหนาว – the “cold” season
  • อากาศ – weather; climate
  • เสื้อกันหนาว – sweater; long-sleeved shirt (shirt + protect-against + cold)
  • เหมือนเดิม – same as usual; same as previously
  • ผิดหวัง – disappointed
  • ชิน – to get used to; to become accustomed to
  • เกือบ – almost
  • บรรยากาศ – atmosphere (both for SPACE and a place like a restaurant or a mall)
  • ห้าง – shopping mall
  • ปกติ – usual; normal
  • ต้นคริสต์มาส – Christmas tree
  • วงดนตรี band; music group (circle + music)
  • กลางคืน – night (time)
  • จอง – to reserve
  • ล่วงหน้า – in advance

 

Examples:

  • ช่วงนี้อากาศกำลังจะร้อน – It’s getting pretty hot these days.
  • ตอนที่ไปกรุงเทพ ไปกินข้าวที่ห้างเกือบทุกวัน – When I’m in Bkk, I eat at the mall almost every day.  
  • ถ้าจะไปเที่ยวคืนนี้ควรจะโทรไปจองโต๊ะก่อน – If you are going to go out tonight, you should probably call and reserve a table.

 

Cashless Society

It’s getting a lot easier to go cash-free in Bangkok these days. In this short reader, we get a quick summary of what it’s like paying via an app.

I strongly recommend trying to read through the text below a couple of times before accessing the breakdown in the Google doc. It doesn’t matter if you only know 5 words in the text and have no clue what’s happening. Part of the learning process is looking at real text and figuring out as much (or as little) as you can. You will gradually acquire words as you encounter them more and more. If the text is too small hold down ctrl/cmd and tap the + key until you can read it.

Cashless Society Breakdown

ทุกวันนี้เราใช้เงินสดน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก
นอกจากจะจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตแล้ว ก็ยังจ่ายผ่านแอพในมือถือได้ง่ายๆ
ร้านขายของตามตลาดนัดหลายร้านก็มี QR Code แปะไว้ ตกลงราคากันเรียบร้อยก็แค่สแกนแล้วกดจ่ายเงิน พอได้ข้อความยืนยันมาแล้วก็โชว์หน้าจอมือถือให้คนขายดูได้เลย
ทุกเช้าเวลาซื้อกาแฟไม่ต้องหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องพกเงินสดไว้มากด้วย
มีหลายร้านที่มีโปรโมชันให้ส่วนลดหรือได้เงินบางส่วนคืนมาถ้าจ่ายผ่านแอพ ทำให้รู้สึกว่ายิ่งใช้ก็ยิ่งคุ้ม
ในอนาคตอาจจะไม่มีใครใช้เงินสดอีกเลยเพราะแบบนี้สะดวกกว่า

The Future of Shopping

Here’s some more Thai reading practice by a native speaker. IF you are still a newbie at reading, I recommend reading through at least twice and ignoring anything you don’t know and see how much you can figure out. After a couple of passes, go check out the google doc for the vocab and breakdown.

In this short Thai text, the writer tells us a quick story about how she wandered into a clothing store in Bangkok only to find that she can’t actually buy anything.

เมื่อวันก่อนเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าแล้วรู้สึกอยากได้กางเกงยีนส์ตัวใหม่
เดินเข้าไปในร้านได้ไม่นานก็เจอกางเกงตัวที่สวยถูกใจ พอได้ลองแล้วก็ชอบมาก เลยบอกพนักงานว่าจะเอาตัวนี้
พนักงานบอกว่าที่ร้านไม่มีของสำหรับขายเลย มีแต่ของสำหรับให้ลูกค้าลองเท่านั้น ถ้าจะซื้อต้องซื้อผ่านแอพในมือถือ
(อ้าว! อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ?)
โหลดแอพมาแล้วกดสั่งซื้อเสร็จก็เลือกได้ว่าจะให้ส่งไปที่บ้านหรือมารับของที่ร้าน
วันถัดมาได้รับอีเมลแจ้งว่าของมาถึงที่ร้านแล้ว ตอนไปถึงพนักงานบอกว่าจะลองใส่อีกครั้งก็ได้ ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนใจไม่เอาแล้วก็ได้
พอจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยพนักงานก็ให้โค้ดมาสำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อครั้งต่อไป
เดี๋ยวนี้เราช้อปปิ้งได้ง่ายและสนุกขึ้นมากจริงๆ

Funny Story: Hungry

First, try to read through the paragraph a couple of times.  Don’t worry about words you don’t know.  Just focus on figuring out what’s happening based on what you do know.  Guess the rest.  After you’ve gone through it, go into the google doc, check the meanings of the words you didn’t know and then read it 2 more times.

Google Doc Breakdown

เวลาขึ้นรถตู้ถ้าจะลงระหว่างทางต้องบอกคนขับตอนใกล้ถึงจุดที่จะลง คนขับจะได้ชะลอรถและจอดให้

มีอยู่ครั้งนึงนั่งรถตู้แล้วรู้สึกหิวมากก็เลยคิดไปเรื่อยๆว่าเดี๋ยวจะกินอะไรดี

นึกถึงอาหารหลายอย่าง ทั้งข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง แล้วก็ส้มตำแซ่บๆกับข้าวเหนียวไก่ย่าง

ในที่สุดก็คิดว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำ

ตอนนั้นมองออกไปทางหน้าต่างแล้วก็ตกใจมากเพราะใกล้จะเลยจุดที่จะต้องลงแล้วแต่ยังไม่ได้บอกคนขับให้จอด

เลยตะโกนออกไปเสียงดังว่า “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำด้วยค่ะ” แทนที่จะบอกว่า “เซนทรัลลาดพร้าวด้วยค่ะ”

คนหัวเราะกันทั้งรถเลย

Do Farang even Shower?

Here’s another quick Thai reader.  It’s a Thai person’s quick thoughts on showering habits of Thai vs Farang.  Try to read it here first a couple of times without any help.  Skip words you don’t understand and just see if you can work out what’s happening.  After a couple of passes, go to the doc and try again in the gdoc reader: Do Farang even Shower? 

 

มีหลายเรื่องที่ฝรั่งทำแล้วคนไทยรู้สึกแปลกใจ

คนไทยชอบอาบน้ำ ส่วนใหญ่จะอาบน้ำวันละสองครั้งคือตอนเช้าและตอนเย็น ถ้าอากาศร้อนมากๆอาจจะอาบอีกครั้งตอนบ่ายๆด้วย

ถ้าได้ยินว่าฝรั่งอาบน้ำแค่วันละครั้ง หรือหลายๆวันครั้ง จะตกใจมากเพราะไม่เข้าใจว่าทนไม่อาบน้ำนานๆได้ยังไง ทำไมไม่รู้สึกว่าตัวเหม็นและสกปรก

หรือถ้าฝรั่งไปเที่ยวบ้านคนไทยแล้วใส่รองเท้าเดินในบ้าน ก็อาจจะโดนดุเอาได้

ใส่รองเท้าออกไปเดินข้างนอกแล้วเข้ามาเดินในบ้านพื้นจะเลอะ ควรถอดไว้นอกบ้าน

เรื่องที่คนไทยไม่ชินอีกอย่างนึงคือการใช้เท้าชี้หรือเขี่ยสิ่งของ เพราะคิดว่าเท้าเป็นของต่ำจึงไม่สุภาพที่จะใช้แทนมือ

 

Sentence Patterns:

  • มีหลาย _____ – There are a number of/a bunch of  _____
    • มีหนังหลายเรื่องที่อยากดูกำลังจะเข้าโรง – There are a bunch of movies I want to see about to come out.  
  • ทำ (SOMEONE) ให้ รู้สึก SOMETHING
    • แฟนทำให้เราน้อยใจนิดนึงที่ไม่ได้พาไปญี่ปุ่นด้วย – my gf/bf made me feel a bit bummed because he/she didn’t bring me along to Japan.
  • วันละครั้ง – once per day
    • ออกกำลังกายอาทิตย์ละกี่ครั้ง – how many times a week do you exercise?

The Monkey and the Turtle

Here’s an old dead post I managed to dig up that is useful for Thai reading practice. Don’t try to understand every word. Theres stuff you know and stuff ya don’t. Also, no need to read it in one sitting.

Story taken from http://www.spokenthai.com/talking-books

Translation done by กูเอง

เรื่อง ลิงกับเต่า

ณ ป่าแห่งหนึ่งมีเต่ากับลิงเป็นเพื่อนกัน เต่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ ส่วนลิงนั้นเป็นสัตว์ที่มีนิสัยขี้โกหก เมื่อเกิดอะไรขึ้น ก็จะช่วยกันเสมอ วันหนึ่งเต่ากำลังเดินเล่นอยู่ก็ไปเจอตะกร้าผลไม้ เต่าจึงนำไปถามหาเจ้าของ หลายชั่วโมงผ่านไปค่างก็มารับตะกร้าผลไม้คืน ค่างก็ชมเต่าว่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ ลิงเห็นดังนั้นจึงนึกอิจฉาในความดีของเต่า จึงไปขโมยตะกร้าของค่างมาแล้วประกาศหาเจ้าของ ค่างเห็นดังนั้นจึงรู้ว่าลิงขโมยไป จึงพูดว่าลิงขี้ขโมย ลิงก็พูดว่าไม่ได้ขโมยไปแต่เจออยู่ นับจากนั้นมาก็ไม่มีสัตว์ตัวไหนไปเล่นกับลิงอีกเลย ลิงจึงรู้สึกผิดจึงไปพูดกับค่างว่าตนเป็นสัตว์ที่ขโมยไปโปรดอย่าถือสาเลยค่างก็ได้ให้อภัย นับจากนั้นมาก็มีสัตว์ตัวอื่นมาเล่นกับลิง นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การโกหกจะทำให้เกิดทุกข์

ณ ป่า แห่งหนึ่ง – the ณ is a written preposition kinda like ‘at’ and you might translate this like “Once upon a time” even though literally it’d be like ‘at a forest’

เต่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ – นิสัย remember this? habit, manners,etc …here the turtle is an honest; loyal; all around good guy (animal)

เมื่่อเกิดอะไรขึ้น any time anything happens…

ก็จะช่วยกันเสมอ they always help each other out

วันหนึ่งเต่ากำลังเดินเล่นอยู่ one day, the turtle was out for a stroll

ก็ไปเจอตะกร้าผลไม้ he came upon a basket of fruit

เต่าจึงนำไปถามหาเจ้าของ so the turtle went around trying to find the owner (of the basket)
หลายชั่วโมงผ่านไปค่างก็มารับตะกร้าผลไม้คืน for many hours until a langur (type of monkey) came to take back the basket

ค่างก็ชมเต่าว่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยซื่อสัตย์ the langurm praised the turtle for being such an honorable fellow
ลิงเห็นดังนั้นจึงนึกอิจฉาในความดีของเต่า the monkey saw this and felt jealous of the turtles good fortune (the praise from the langur)

จึงไปขโมยตะกร้าของค่างมาแล้วประกาศหาเจ้าของ so he (the monkey) went and stole the basket (of fruit) from the langur and then announced that he is looking for the owner

ค่างเห็นดังนั้นจึงรู้ว่าลิงขโมยไป however, the langur knew that the monkey stole the basket
จึงพูดว่าลิงขี้ขโมย ลิงก็พูดว่าไม่ได้ขโมยไปแต่เจออยู่ and said ‘you are a rotten thief’ and the monkey said ‘I’m not a thief, I just happened upon this here basket.”

นับจากนั้นมาก็ไม่มีสัตว์ตัวไหนไปเล่นกับลิงอีกเลย following this, nobody would hang out with the monkey anymore

ลิงจึงรู้สึกผิดจึงไปพูดกับค่างว่า The monkey felt pretty terrible about the whole mess and said the to the langur..
ตนเป็นสัตว์ที่ขโมยไปโปรดอย่าถือสาเลยค่างก็ได้ให้อภัย “I am a thief and I have wronged you, please can you forgive me?”

นับจากนั้นมาก็มีสัตว์ตัวอื่นมาเล่นกับลิง after that, all the animals came back to play with the monkey yay (warm feeling)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การโกหกจะทำให้เกิดทุกข์ this นิทาน (fable, tale) teaches us that stealing causes suffering

Moral of the story – If yer gonna steal fruit, you might as well eat it

ซื่อสัตย์ = be honest ; be faithful
โกหก = lie ; fib ; forge ; tell a lie
เจ้าของ = owner ; proprietor ; proprietress
อิจฉา = envy ; be envious ; be jealous
ขี้ขโมย = thieving bastard
ถือสา = mind ; care about ; take something to heart ; take offence
ให้อภัย = forgive ; excuse ; condone ; pardon
ทำให้เกิด = cause ; produce an effect
ทุกข์ = suffering

Working in a Coffee Shop

Like these?  Let me know what you’d like to read about and I’ll do my best to accommodate.

*If the font is too small for you, try resizing your screen hitting ctrl+ or cmd+ a few times.

หนึ่งวันของคนชงกาแฟ

เราทำงานเป็นคนชงกาแฟที่อยู่ร้านกาแฟร้านนึงแถวนิมมานต์ จะบอกว่าตัวเองเป็นบาริสต้าอย่างใครเขาก็เขินๆยังไงไม่รู้ เพราะความจริงเราไม่ได้ฝึกฝนจนมีความชำนาญมากพอที่จะเรียกตัวเองว่าบาริสต้า เราเลยขอเรียกตัวเองว่าคนชงกาแฟก็แล้วกัน ชีวิตประจำวันเราก็เหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ตื่นเช้าปุ๊ป ก็ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็ขับรถไปทำงาน เดี๋ยวนี้เชียงใหม่รถติดมากถ้าเทียบกับสิบปีที่แล้ว เข้าใกล้ความเป็นกรุงเทพเข้าไปทุกที กว่าจะถึงที่ทำงานบางทีก็ครึ่งชั่วโมง บางทีก็ห้าสิบนาที พอมาถึงร้าน อย่างแรกที่เราต้องทำคือพุ่งตัวไปเปิดเครื่องทำกาแฟ เพราะต้องใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีกว่าเครื่องจะพร้อมทำกาแฟได้ จากนั้นเราจัดการเอาน้ำเชื่อมและความผสมต่างๆที่ใช้ในการทำเครื่องดื่ม เช่น นมข้นหวาน ซอสคาราเมล ออกมาจากตู้เย็น แล้วเราถึงจะไปเช็ดโต๊ะกับเก้าอี้ในร้าน หลังจากนั้นก็กวาดฝุ่นและใบไม้หน้าร้านให้เรียบร้อย แล้วก็เช็ดกระจก ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือหน้าที่หลักที่เราต้องทำในแต่ละวัน

จำไม่ได้แน่นอนเหมือนกันว่าวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ามาบูมในเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เราว่าน่าจะสักสี่ห้าปีที่ผ่านมาละมั้ง ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ร้านกาแฟก็พากันผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด บางทีก็รู้สึกว่ามีหลายร้านเกินจนเลือกไม่ถูกว่าจะไปนั่งชิวจิบกาแฟที่ไหนดี ตอนเด็กเราคิดว่ากาแฟไม่ดีเลย กินแล้วต้องติดแน่ๆ เลยไม่กล้ากิน แต่พอมาเรียนมหาลัยก็ค้นพบว่าเราคงอยู่ปั่นงานดึกๆ หรือถ่อไปเรียนตั้งแต่ไก่โห่ไม่ได้ถ้าขาดความช่วยเหลือจากเจ้าคาเฟอีน จากนั้นชีวิตก็คลุกคลีอยู่กับการดื่มกาแฟมาเรื่อยๆ จนได้มาทำงานเป็นคนชงกาแฟอยู่จนทุกวันนี้ มีสุภาษิตตุรกีอยู่อันนึงเกี่ยวกับกาแฟที่เราจำได้ขึ้นใจเลย เขาบอกว่า กาแฟควรดำมืดราวนรก เข้มขมดังความตาย และหวานละมุนเช่นความรัก จะให้บอกว่ากาแฟที่ดีเป็นยังไงก็คงตอบยาก เพราะคนแต่ละคนมีความชื่นชอบที่แตกต่างกัน ก็เลยมีกาแฟหลายๆแบบให้เลือกดื่ม ไม่ว่าจะเป็น เอสเปรสโซ่ ลาเต้ อเมริกาโน่ คาปูชิโน่ มอคค่า คาราเมลมัคคิอาโต้ และอีกเยอะแยะเลย เราว่าเวลาได้ลองดื่มกาแฟหลายๆแบบก็สนุกดี แล้วยิ่งเวลาทำเป็นก็ยิ่งสนุกมากขึ้นอีก เพราะการจะทำกาแฟหนึ่งแก้วให้มีรสชาติดีได้ต้องอาศัยทักษะหลายๆอย่าง ซึ่งต้องใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝน เวลาผ่านไป บางวันก็เร็ว บางวันก็เชื่องช้า เราเสริฟลาเต้ร้อนแก้วสุดท้าย และเตรียมตัวกลับบ้าน