Cashless Society

It’s getting a lot easier to go cash-free in Bangkok these days. In this short reader, we get a quick summary of what it’s like paying via an app.

I strongly recommend trying to read through the text below a couple of times before accessing the breakdown in the Google doc. It doesn’t matter if you only know 5 words in the text and have no clue what’s happening. Part of the learning process is looking at real text and figuring out as much (or as little) as you can. You will gradually acquire words as you encounter them more and more. If the text is too small hold down ctrl/cmd and tap the + key until you can read it.

Cashless Society Breakdown

ทุกวันนี้เราใช้เงินสดน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก
นอกจากจะจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตแล้ว ก็ยังจ่ายผ่านแอพในมือถือได้ง่ายๆ
ร้านขายของตามตลาดนัดหลายร้านก็มี QR Code แปะไว้ ตกลงราคากันเรียบร้อยก็แค่สแกนแล้วกดจ่ายเงิน พอได้ข้อความยืนยันมาแล้วก็โชว์หน้าจอมือถือให้คนขายดูได้เลย
ทุกเช้าเวลาซื้อกาแฟไม่ต้องหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องพกเงินสดไว้มากด้วย
มีหลายร้านที่มีโปรโมชันให้ส่วนลดหรือได้เงินบางส่วนคืนมาถ้าจ่ายผ่านแอพ ทำให้รู้สึกว่ายิ่งใช้ก็ยิ่งคุ้ม
ในอนาคตอาจจะไม่มีใครใช้เงินสดอีกเลยเพราะแบบนี้สะดวกกว่า

The Future of Shopping

Here’s some more Thai reading practice by a native speaker. IF you are still a newbie at reading, I recommend reading through at least twice and ignoring anything you don’t know and see how much you can figure out. After a couple of passes, go check out the google doc for the vocab and breakdown.

In this short Thai text, the writer tells us a quick story about how she wandered into a clothing store in Bangkok only to find that she can’t actually buy anything.

เมื่อวันก่อนเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าแล้วรู้สึกอยากได้กางเกงยีนส์ตัวใหม่
เดินเข้าไปในร้านได้ไม่นานก็เจอกางเกงตัวที่สวยถูกใจ พอได้ลองแล้วก็ชอบมาก เลยบอกพนักงานว่าจะเอาตัวนี้
พนักงานบอกว่าที่ร้านไม่มีของสำหรับขายเลย มีแต่ของสำหรับให้ลูกค้าลองเท่านั้น ถ้าจะซื้อต้องซื้อผ่านแอพในมือถือ
(อ้าว! อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ?)
โหลดแอพมาแล้วกดสั่งซื้อเสร็จก็เลือกได้ว่าจะให้ส่งไปที่บ้านหรือมารับของที่ร้าน
วันถัดมาได้รับอีเมลแจ้งว่าของมาถึงที่ร้านแล้ว ตอนไปถึงพนักงานบอกว่าจะลองใส่อีกครั้งก็ได้ ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนใจไม่เอาแล้วก็ได้
พอจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยพนักงานก็ให้โค้ดมาสำหรับใช้เป็นส่วนลดในการซื้อครั้งต่อไป
เดี๋ยวนี้เราช้อปปิ้งได้ง่ายและสนุกขึ้นมากจริงๆ

Funny Story: Hungry

First, try to read through the paragraph a couple of times.  Don’t worry about words you don’t know.  Just focus on figuring out what’s happening based on what you do know.  Guess the rest.  After you’ve gone through it, go into the google doc, check the meanings of the words you didn’t know and then read it 2 more times.

Google Doc Breakdown

เวลาขึ้นรถตู้ถ้าจะลงระหว่างทางต้องบอกคนขับตอนใกล้ถึงจุดที่จะลง คนขับจะได้ชะลอรถและจอดให้

มีอยู่ครั้งนึงนั่งรถตู้แล้วรู้สึกหิวมากก็เลยคิดไปเรื่อยๆว่าเดี๋ยวจะกินอะไรดี

นึกถึงอาหารหลายอย่าง ทั้งข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง แล้วก็ส้มตำแซ่บๆกับข้าวเหนียวไก่ย่าง

ในที่สุดก็คิดว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำ

ตอนนั้นมองออกไปทางหน้าต่างแล้วก็ตกใจมากเพราะใกล้จะเลยจุดที่จะต้องลงแล้วแต่ยังไม่ได้บอกคนขับให้จอด

เลยตะโกนออกไปเสียงดังว่า “ก๋วยเตี๋ยวต้มยำด้วยค่ะ” แทนที่จะบอกว่า “เซนทรัลลาดพร้าวด้วยค่ะ”

คนหัวเราะกันทั้งรถเลย

Do Farang even Shower?

Here’s another quick Thai reader.  It’s a Thai person’s quick thoughts on showering habits of Thai vs Farang.  Try to read it here first a couple of times without any help.  Skip words you don’t understand and just see if you can work out what’s happening.  After a couple of passes, go to the doc and try again in the gdoc reader: Do Farang even Shower? 

 

มีหลายเรื่องที่ฝรั่งทำแล้วคนไทยรู้สึกแปลกใจ

คนไทยชอบอาบน้ำ ส่วนใหญ่จะอาบน้ำวันละสองครั้งคือตอนเช้าและตอนเย็น ถ้าอากาศร้อนมากๆอาจจะอาบอีกครั้งตอนบ่ายๆด้วย

ถ้าได้ยินว่าฝรั่งอาบน้ำแค่วันละครั้ง หรือหลายๆวันครั้ง จะตกใจมากเพราะไม่เข้าใจว่าทนไม่อาบน้ำนานๆได้ยังไง ทำไมไม่รู้สึกว่าตัวเหม็นและสกปรก

หรือถ้าฝรั่งไปเที่ยวบ้านคนไทยแล้วใส่รองเท้าเดินในบ้าน ก็อาจจะโดนดุเอาได้

ใส่รองเท้าออกไปเดินข้างนอกแล้วเข้ามาเดินในบ้านพื้นจะเลอะ ควรถอดไว้นอกบ้าน

เรื่องที่คนไทยไม่ชินอีกอย่างนึงคือการใช้เท้าชี้หรือเขี่ยสิ่งของ เพราะคิดว่าเท้าเป็นของต่ำจึงไม่สุภาพที่จะใช้แทนมือ

 

Sentence Patterns:

  • มีหลาย _____ – There are a number of/a bunch of  _____
    • มีหนังหลายเรื่องที่อยากดูกำลังจะเข้าโรง – There are a bunch of movies I want to see about to come out.  
  • ทำ (SOMEONE) ให้ รู้สึก SOMETHING
    • แฟนทำให้เราน้อยใจนิดนึงที่ไม่ได้พาไปญี่ปุ่นด้วย – my gf/bf made me feel a bit bummed because he/she didn’t bring me along to Japan.
  • วันละครั้ง – once per day
    • ออกกำลังกายอาทิตย์ละกี่ครั้ง – how many times a week do you exercise?

Working in a Coffee Shop

Like these?  Let me know what you’d like to read about and I’ll do my best to accommodate.

*If the font is too small for you, try resizing your screen hitting ctrl+ or cmd+ a few times.

หนึ่งวันของคนชงกาแฟ

เราทำงานเป็นคนชงกาแฟที่อยู่ร้านกาแฟร้านนึงแถวนิมมานต์ จะบอกว่าตัวเองเป็นบาริสต้าอย่างใครเขาก็เขินๆยังไงไม่รู้ เพราะความจริงเราไม่ได้ฝึกฝนจนมีความชำนาญมากพอที่จะเรียกตัวเองว่าบาริสต้า เราเลยขอเรียกตัวเองว่าคนชงกาแฟก็แล้วกัน ชีวิตประจำวันเราก็เหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ตื่นเช้าปุ๊ป ก็ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็ขับรถไปทำงาน เดี๋ยวนี้เชียงใหม่รถติดมากถ้าเทียบกับสิบปีที่แล้ว เข้าใกล้ความเป็นกรุงเทพเข้าไปทุกที กว่าจะถึงที่ทำงานบางทีก็ครึ่งชั่วโมง บางทีก็ห้าสิบนาที พอมาถึงร้าน อย่างแรกที่เราต้องทำคือพุ่งตัวไปเปิดเครื่องทำกาแฟ เพราะต้องใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีกว่าเครื่องจะพร้อมทำกาแฟได้ จากนั้นเราจัดการเอาน้ำเชื่อมและความผสมต่างๆที่ใช้ในการทำเครื่องดื่ม เช่น นมข้นหวาน ซอสคาราเมล ออกมาจากตู้เย็น แล้วเราถึงจะไปเช็ดโต๊ะกับเก้าอี้ในร้าน หลังจากนั้นก็กวาดฝุ่นและใบไม้หน้าร้านให้เรียบร้อย แล้วก็เช็ดกระจก ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือหน้าที่หลักที่เราต้องทำในแต่ละวัน

จำไม่ได้แน่นอนเหมือนกันว่าวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเข้ามาบูมในเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เราว่าน่าจะสักสี่ห้าปีที่ผ่านมาละมั้ง ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ร้านกาแฟก็พากันผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด บางทีก็รู้สึกว่ามีหลายร้านเกินจนเลือกไม่ถูกว่าจะไปนั่งชิวจิบกาแฟที่ไหนดี ตอนเด็กเราคิดว่ากาแฟไม่ดีเลย กินแล้วต้องติดแน่ๆ เลยไม่กล้ากิน แต่พอมาเรียนมหาลัยก็ค้นพบว่าเราคงอยู่ปั่นงานดึกๆ หรือถ่อไปเรียนตั้งแต่ไก่โห่ไม่ได้ถ้าขาดความช่วยเหลือจากเจ้าคาเฟอีน จากนั้นชีวิตก็คลุกคลีอยู่กับการดื่มกาแฟมาเรื่อยๆ จนได้มาทำงานเป็นคนชงกาแฟอยู่จนทุกวันนี้ มีสุภาษิตตุรกีอยู่อันนึงเกี่ยวกับกาแฟที่เราจำได้ขึ้นใจเลย เขาบอกว่า กาแฟควรดำมืดราวนรก เข้มขมดังความตาย และหวานละมุนเช่นความรัก จะให้บอกว่ากาแฟที่ดีเป็นยังไงก็คงตอบยาก เพราะคนแต่ละคนมีความชื่นชอบที่แตกต่างกัน ก็เลยมีกาแฟหลายๆแบบให้เลือกดื่ม ไม่ว่าจะเป็น เอสเปรสโซ่ ลาเต้ อเมริกาโน่ คาปูชิโน่ มอคค่า คาราเมลมัคคิอาโต้ และอีกเยอะแยะเลย เราว่าเวลาได้ลองดื่มกาแฟหลายๆแบบก็สนุกดี แล้วยิ่งเวลาทำเป็นก็ยิ่งสนุกมากขึ้นอีก เพราะการจะทำกาแฟหนึ่งแก้วให้มีรสชาติดีได้ต้องอาศัยทักษะหลายๆอย่าง ซึ่งต้องใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝน เวลาผ่านไป บางวันก็เร็ว บางวันก็เชื่องช้า เราเสริฟลาเต้ร้อนแก้วสุดท้าย และเตรียมตัวกลับบ้าน

Diary: Thai Vocational School

Here’s the reader friendly version: gdoc

9 โมงเช้าของวันนี้ฉันมีเรียนอูคูเลเล่ ที่โรงเรียนสารพัดช่าง ซึ่งที่มีจะเปิดคอร์สเรียนให้แก่บุคคลทั่วไปในราคาที่ถูกมาก ซึ่งมีหลากหลายวิชาให้เลือกเรียน เช่น เรียนทำอาหารไทย เรียนแต่งหน้าทำผม เรียนตัดเย็บเสื้อผ้า เรียนภาษาจีน เรียนร้องเพลง เรียนเต้นลีลาศ เรียนบัญชี และอื่นๆ อีกมากมาย ประมาณ 60 วิชา ที่เปิดสอน

วันนี้เป็นวันที่สามของการเรียน อาจารย์ให้เลือกเล่นเพลงที่อยากเล่น ฉันเลือกเล่นเพลง When you say nothing at all ฉันพยายามเล่นให้ได้ จนรู้สึกเจ็บปลายนิ้วมือมาก แต่ก็ยังเล่นไม่ได้ทั้งหมดเพลง

ฉันเลิกเรียนตอนเที่ยงตรง ซึ่งอากาศร้อนมาก ฉันได้ทานข้าวกลางวันที่โรงอาหาร ของโรงเรียนสารพัดช่าง ร่วมกับเพื่อนๆ ที่เรียนอูคูเลเล่ด้วยกัน หลังจากนั้นฉันก็ขับรถไปที่ร้านกาแฟวาวี ที่นิมานเหมินทร์ เพื่อไปส่งของให้พี่สาวของฉัน ให้แก่ลูกค้าที่นั้น

ต่อจากนั้นฉันก็ไปที่กาดหลวง เพื่อไปซื้อผลไม้ ฉันได้ซื้อ มะม่วงสุก ส้มเขียวหวาน องุ่น และทุเรียน หลังจากนั้นก็ขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางฉันได้แวะที่ 7-11 เพื่อชำระบิล ค่าไฟฟ้า และน้ำประปา แล้วก็ขับรถกลับบ้าน

 

สารพัดช่าง  is a government subsidized school that teaches real skills to people really cheap.  Many of the course are 200-300 hrs long and cost just a few baht per hour.  Pretty awesome. สารพัด means “lots” or “various” and ช่าง is the word used for skilled labourers like electricians, plumbers and mechanics.   So the name ends up meaning something like “whole lotta ช่างs”  I dig it.

 

Diary: Trip to Doi Suthep

A beginner with a few hundred words under their belt should be able to make it through the first 2 paragraphs of this without too much effort.  The last 2 has some fortunetelling vocab that may throw you off, but other than those few words, this one is pretty easy.  If you can’t make it through the first paragraph than maybe you aren’t going about this whole language learning thing the right way.

Here’s the reader-friendly version: Gdoc

เช้านี้อากาศสดใสมาก หลังจากฝนที่ตกหนักจากเมื่อคืน ฉันกับพี่สาวเราตื่นนอนกันแต่เช้า เพราะต้องไปรับลุงกับป้าที่มาจากกรุงเทพ ที่สนามบินเชียงใหม่ พอเราไปถึงที่สนามบินได้สักประมาณ 15 นาที ลุงกับป้าก็เดินมาพอดี

หลังจากนั้นพวกเราได้ไปทานข้าวเช้าแถวๆ หลัง มช ซึ่งเราได้สั่งโจ๊กหมู และข้าวต้มทะเล มาทานกัน ต่อจากนั้นเราขับรถขึ้นไปยังดอยสุเทพ เพื่อไปกราบสักการะพระธาตุดอยสุเทพ พวกเราได้เดินขึ้นบันได ซึ่งสูงมาก ฉันกับพี่สาว เรารู้สึกเหนื่อยและต้องนั่งพักเป็นระยะๆ ไป ส่วนลุงกับป้าเดินขึ้นบันไดอย่างไม่บ่นเลย แข็งแรงมาก

พอมาถึง จุดบนสุดของพระธาตุดอยสุเทพ เราก็ได้มีการถ่ายรูป หลังจากนั้นก็ไปเสี่ยงเซียมซี ซึ่งฉันได้ใบทำนายที่ดีมาก ฉันก็เลยเก็บไว้กับตัวเอง

ต่อจากนั้นพวกเราได้ไปเที่ยวที่ดอยปุยต่อ ซึ่งที่นี่จะเป็นหมู่บ้านของชาวเขา ซึ่งจะมีสินค้าวางขายระหว่างทางเดินไปสู่สวนดอกไม้ ซึ่งสามารถเช่าชุดชาวเขาถ่ายรูปได้ ซึ่งจะมีหลายหลายสีสันให้เลือกเช่า หรือจะซื้อก็ได้  เราได้เดินมาอีกประมาณ 500 เมตร ก็มาถึงน้ำตกของที่นี่ ซึ้งระหว่างทางเดินจะมีดอกไม้หลายหลายชนิดมากมาย ฉันและพี่สาวเราได้ถ่ายรูปเก็บไว้เยอะมาก บ่าย 2 โมง อากาศเริ่มร้อน พวกเราจึงได้ตัดสินกลับบ้าน

 

ใบทำนาย – piece of paper that has your fortune on it

  • ทำนาย – to predict

ชาวเขา – hill tribe people

  • ชาว – people

  • (ภู)เขา – mountain

     

Diary: Rafting in Mae Wan

Today we have a tale of adventure.  Here’s the vocab.

Useful Grammar:
คนละ 100 บาท – 100 baht per person
ไม่สามารถ VERB ได้ – I can’t/am unable to do VERB
*Remember that ได้ before a verb just makes it past tense.  It needs to come after the verb to mean “can/cant.”

ล่องแพที่แม่วาน

 

เช้าวันนี้ฉันมีนัดเจอเพื่อนๆ ที่นิมานเหมินทร์ ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งเรามีนัดไปล่องแพที่แม่วาน ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้ ที่จะได้ไปล่องแพ พอเพื่อนๆ มาครบทุกคน พวกเราได้ตัดสินใจเช่ารถแดง เพื่อไปที่แม่วาน เพราะระยะทางค่อนข้างไกล และจำนวนเพื่อนไปเที่ยวด้วยกันในวันนี้มีทั้งหมด 10 คน

พวกเราได้ใช้เวลาในการเดินทางสักพัก ก็มาถึงที่แม่วาน  ซึ่งช่วงนี้เป็นหน้าฝน ทำให้ปริมาณของน้ำมีค่อนข้างมาก พวกเราได้เดินตรงไปร้านแห่งหนึ่ง เพื่อสอบถามราคาเช่าแพ ว่าเท่าไร ซึ่งราคาก็ประมาณคนละ 100 บาท พวกเราได้เช่าแพ 3 ลำ ต่อจากนั้นพนักงานของร้านได้ขับรถนำพวกเราไปยังจุดเริ่มต้น หรือจุดปล่อยตัว ซึ่งไกลจากบริเวณร้านที่เช่าแพ ประมาณ 1-2 กิโลเมตร

พวกเราได้สวมใส่เสื้อชูชีพที่แจกให้ แต่บางคนก็ไม่ใส่ เพราะว่าสามารถว่ายน้ำได้ สำหรับฉันต้องใส่ เพราะว่ายน้ำไม่ได้ หลังออกจากจุดปล่อยตัว ฉันรู้สึกตื่นเต้น และชอบมาก เพราะสามารถเห็นต้นไม้ ที่ขึ้นอยู่สองข้างทางแม่น้ำ อย่างสวยงาม ระหว่างการล่องแพก็มีเพื่อนบางคนตกน้ำบ้าง เพราะบางช่วงของแม่น้ำกระแสของน้ำค่อนข้างแรง
ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงยังบริเวณข้างร้านเช่าแพ ซึ่งอยู่ติดกลับบริเวณแม่น้ำ ต่อจากนั้นพวกเราก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เพื่อไปทานข้าว ซึ่งทุกคนหิวข้าวมาก
สำหรับการเดินทางไปเที่ยวแม่วานในครั้งนี้ ฉันรู้สึกสนุก และชอบมาก ถ้ามีโอกาส ฉันจะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง

Diary: Feb 1st, 2013

 

If you’ve been reading this series of entries, you should be getting a lot better at this stuff.  I’m not going to give you the vocab for a few of the words that have appeared numerous times in previous entries.  Pay attention to the usage of พอ here.  When it’s at the beginning of the sentence it does not mean “enough.”  It means “when/after/as soon as.”

Audio: 1 feb slow / 1 feb normal
Reader: Gdoc

1 กุมภาพันธ์ 2556

หลังจากที่เมื่อคืน ที่ได้เลี้ยงฉลองวันเกิดตัวเอง ฉันได้ตื่นนอนตอน 10 โมง วันนี้เป็นวันหยุด ไม่มีเรียน ฉันได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อ ไมเคิล ซึ่งเขาเป็นคนอเมริกา พึ่งมาเที่ยวเมืองไทย ฉันได้ชวนไมเคิลไปเที่ยวที่ฟาร์มงูแม่สา อยู่ที่อำเภอแม่ริม ซึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 20 กิโลเมตร

เราได้นัดเจอกันตอน 12:30 น.หลังจากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังฟาร์มงู เราได้ซื้อบัตรเข้าชม คนละ 200 บาท ซึ่งภายในบริเวณฟาร์มงู ก็มีบริเวณให้เดินเล่น และมีสัตว์อื่นๆ นอกเหนือจากงูอีกมากมาย เช่น กระต่าย นกยูง นกอินทรี ลิง พังพอน และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย

พอเราเดินดูสัตว์บริเวณรอบๆ ได้สักพัก ก็มีเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกว่า จะมีการแสดงเริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งการแสดงนั้นก็จะโชว์ความสามารถระหว่างคนกับงู ระหว่างชมการแสดงฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะฉันนั่งแถวหน้าสุดของการชมการแสดง

พอการแสดงจบก็มีเสียงปรบมือจากนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นเราก็รู้สึกหิวข้าว จึงได้พากันไปทานข้าวที่ฟาร์มกล้วยไม้ ซึ่งไม่ไกลจากบริเวณฟาร์มงู เราได้ซื้อบัตรเข้าชมคนละ 100 บาท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ติดเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ให้

ที่นี่มีดอกกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์มาก ระหว่างทางเดินเข้าไปยังจุดขายอาหาร ก็จะมีจุดขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว และมีบ่อปลาขนาดใหญ่ ปลาที่นี่ตัวใหญ่มาก

พอเข้ามาถึงจุดขายอาหาร ฉันได้สั่งข้าวพัดกระเพราหมู และน้ำพริกอ่อง ส่วนเพื่อนฉันได้สั่ง ต้มยำปลาทับทิม หลังจานทานข้าวเสร็จ เราได้เดินชมดูกล้วยไม้ สวยงามมาก

4 โมงเย็น เราก็ได้เดินทางกลับมายังตัวเมืองเชียงใหม่ และได้แยกย้ายกันกับบ้าน

 

 

Diary: My Birthday – January 31st, 2013

Birthday fun.  Here’s the gdoc with the vocab.  Check back in a few days for the audio.

Audio:  Slow / Normal


ฉันตื่นนอนวันนี้ค่อนข้างสาย เพราะไม่มีเรียนในช่วงเช้า หลังจากนั้นฉันก็ไปอาบน้ำแปรงฟัน ต่อจากนั้นก็ขับรถไม่ตลาดหนองหอย เพื่อไปซื้อกับข้าว
เที่ยงตรงฉันก็เริ่มแต่งตัวไปมหาวิทยาลัย เพราะมีเรียนตอนช่วงบ่าย และตอน 4 โมงเย็นของวันนี้ฉันมีสอบวิชาการตลาด ซึ่งใช้เวลาในการสอบ 1 ชั่วโมง

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของฉัน ปีนี้ฉันมีอายุครบ 21 ปี ซึ่งเย็นของวันนี้ จะมีงานเลี้ยงวันเกิดของฉัน ย่านนิมมานเหมินทร์ ฉันได้นัดเจอเพื่อนๆ ไว้ที่เวลา 1 ทุ่ม พอถึงเวลานัดหมาย ทุกคนก็เริ่มทยอยมา

อาหารของร้านนี้จะเป็นอาหารเกาหลี และมีอาหารไทยด้วย หลังจากที่เพื่อนๆ ของฉันได้มากันครบแล้ว เราก็ได้เริ่มสั่งอาหาร ซึ่งวันนี้ฉันได้สั่งเป็น สเต็กหมูเกาหลี ช่วงระหว่างที่พวกเรากำลังนั่งรออาหาร  เราก็มีการถ่ายรูป และพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ

หลังจากทานข้าวเสร็จ  พวกเราได้ตัดสินใจไปเที่ยวที่ร้านวินดี้กันต่อ อยู่แถวสะพานนวรัฐ เราใช้เวลาขับรถประมาณ 10 นาที ก็มาถึงที่ร้าน ซึ่งภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เราได้โต๊ะนั่งที่ชั้นสองของร้าน เพราะข้างล่างไม่มีโต๊ะว่างเลย ฉันชอบดนตรีของร้านที่นี่มาก ส่วนใหญ่ก็จะเล่นเพลงไทยสากล จังหวะสนุกๆ ที่นี่จะมีทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ

ฉันได้ใช้เวลาอยู่ที่ร้านนี่ถึงเวลาประมาณ ตี 1 กว่าๆ ก็ได้ตัดสินใจกลับบ้าน เพราะรู้สึกง่วงนอน และหิวข้าวด้วย ระหว่างทางกลับบ้าน ฉันได้แวะที่ 7-11 เพื่อซื้อมาม่า และไส้กรอก พอมาถึงบ้าน ฉันก็รีบทานอาหารที่ซื้อมา ต่อจากนั้นก็อาบน้ำ แปรงฟันและเข้านอนทันที

Useful Phrases

  • ตื่นสาย – to wake up late
  • หลังจากนั้น – after that; next (behind+from+that)
  • ต่อจากนั้น – after that; next (continued+from+that)
  • หลังจากเพื่อนๆ ได้มาครบแล้ว – after everyone arrived
  • ไปเที่ยว ____ ต่อ – we went out to ___ after/next
  • ใช้เวลา – to take/use up time
  • แวะ เซเว่น – to stop at 7-11 (*most of the time you are going to 7-11 you are แวะ-ing)